นิทานฮาเฮ #1 : ผมเป็นผู้นำ เชื่อผมเถอะ

ในช่วงปี xxxx ประเทศสารขัณฑ์ประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก ค่าเงินลอยตัว ธุรกิจล้มกันระเนระนาด จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ด้วยนโยบายง่ายๆ “เศรษฐกิจชาติจะฟื้นตัวในสามปี และัประเทศสารขัณฑ์จะร่ำรวยที่สุดในภูมิภาค” แน่นอนว่าพวกเขาได้คะแนนเสียงท่วมท้น ประชาชนกว่า 80% เทคะแนนเสียงให้เขา

เป็นเรื่องน่าตกใจและเป็นเรื่องที่ช็อคโลกที่สุดในศตวรรษ ที่อยู่ๆนายกรัฐมนตรีของประเทศสารขัณฑ์ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียงแค่สองเดือน ก็ออกมาประกาศผ่านสื่อ ออกอากาศเผยแพร่ไปทั่วโลกว่า…

“ขณะที่ ทางประเทศสารขัณฑ์ ได้จัดเตรียมพื้นที่กว่า 3000 ตารางกิโลเมตร และกำลังขยายออกไปเรื่อยๆ เราได้สร้างที่อยู่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อเป็นที่หลบภัยสำหรับผู้ก่อการร้ายทั่วโลก หากผู้ก่อการร้ายกลุ่มใดกำลังหาที่หลบภัย ขอให้เข้ามาหลบภัยในประเ้ทศของเรา เราให้สัญญาว่ารัฐบาลของเรา จะให้ความคุ้มครองของท่านอย่างดี ดุจเป็นแขกบ้านแขกเมืองของเรา”

สิ้นคำประกาศ โทรศัพท์จากต่างประเทศต่อเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลจนเครือข่ายแทบล่ม นักวิชาเกินที่มีเกลื่อนประเทศออกมาวิพากวิจารณ์ไปต่างๆนาๆ โดย 40% เป็นการท้วงติงรัฐบาล และ 60% ที่เหลือเป็นการด่ารัฐบาล

คำตอบของนายกรัฐมนตรีต่อประชาชนและชาวโลก มีเพียงแค่ประโยคสั้นๆ “ผมเป็นผู้นำของประเทศนี้ เชื่อผมเถอะ แล้วทุกอย่างจะดีเอง”

เวลาผ่านไปไม่นาน กลุ่มกบฎและผู้ก่อการร้ายจากนานาประเทศมาเดินว่อนประเทศสารขัณฑ์ ทั้ง Al Qa’ida กลุ่ม Al-Qaeda กลุ่ม Mujahedin กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง รวมทั้งอาชญากรตัวเอ้ที่สหรัฐอเมริกาหมายหัวเป็นอันดับต้นๆ อย่าง Osama Bin Laden และบรรดากลุ่มผู้ก่อการร้ายทั้งหลาย ที่ปรากฎชื่ออยู่ใน Wikipedia

เวลาผ่านไปสองปีครึ่ง เศรษฐกิจของชาติยังไม่ได้ดีขึ้นแม้แต่น้อย ซ้ำว่าจะย่ำแย่ลงไปอีก โชคดีที่สารขัีณฑ์เป็นประเทศเกษตรกรรม ทำให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากประเทศเล็กนี้โดนนานาประเทศคว่ำบาตรและกดดันทางเศรษฐกิจและทางทหารมาตลอด

ตลอดเวลา ประเทศสารขัณฑ์ได้รับการติดต่อจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่ตลอด เนื่องจากผู้ก่อการร้ายตัวเอ้ทั้งหลายที่รัฐบาลสหรัฐฯหมายหัวไว้ ต่างอยู่ในประเทศสารขัณฐ์ทั้งสิ้น

Jazz V. Bitch : เฮ้ ผมขอร้องล่ะ ช่วยส่งตัวผู้ก่อการร้ายทั้งหลายแหล่มาให้ผมที
ท่านผู้นำ : ผมยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องส่งให้กับทางรัฐบาลของคุณเลย
Jazz V. Bitch : เอาล่ะ ผมจะขึ้นค่าหัวให้ พวกหัวหน้าผมให้คนละ 1,000,000,000 US Dollar ส่วนพวกลูกน้องผมให้คนละ 100,000 US Dollar เลย ประเทศของคุณกำลังต้องการเงินนะ
ท่านผู้นำ : ใช่ ประเทศของผมกำลังต้องการเงิน แต่ผมก็ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องส่งตัวกลุ่มผุ้ก่อการร้ายให้คุณเลย
Jazz V. Bitch : เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมให้เวลาคุณ 3 เดือนในการตัดสินใจ แล้วอีก 3 เดือนผมจะติดต่อคุณเข้ามาใหม่
ท่านผู้นำ : ขอบคุณ แต่ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมยังไม่เห็นความจำเป้นที่จะต้องส่งตัวผู้ก่อนการร้า่ยพวกนี้ให้คุณเลย
Jazz V. Bitch : ได้ อย่างไรก็ตาม ผมให้เวลาคุณ 3 เดือน

พูดจบ ท่านประธานาธิบดี Jazz V. Bitch ก็กระแทกหูโทรศัพท์ใส่ท่านผุ้นำโครมเบ้อเริ่ม

หลังจากวันนั้น สหรัฐอเมริกาได้จัดเตรียมกองทัพ และอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเพื่ออัพเกรดกองทัพ เพื่อรอผลในอีก 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งท่านประธานาธิบดี Bitch ก็พอจะเดาอก ว่าทางรัฐบาลสารขัณฑ์คงไม่ยอมส่งตัวบรรดาผู้ก่อการร้ายให้ตนง่ายๆแน่ ทางด้านกองกำลังนาโต้ก็ฟิตซ้อมเต็มที่ เตรียมเข้าช่วยเหลือกองทัพสหรัฐฯในการบุกครั้งนี้เหมือนกัน

นานวันเข้า วาระหน้าที่ของท่านประธานาธิบดีก็ใหล้หมดเต็มที ท่านประธานาธิบดีจึงต้องรีบสร้่างผลงาน เพื่อดำรงตำแหน่งต่อไปให้ได้อีกสมัย

สามเดือนผ่านไป ท่านประธานาธิบดี Jazz V. Bitch ก็ได้ต่อสายตรงถึงนายกรัฐมนตรีแห่งสารขัณฑ์อีกครั้งหนึ่ง

Jazz V. Bitch : ว่าอย่างไร ผมต้องการคำตอบของคุณแล้วนะ ไม่ทราบว่าคุณตัดสินใจได้หรือยัง?
ท่านผู้นำ : ผมยังยืนยันคำเดิม ผมยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องส่งตัวผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ให้กับคุณเลย
Jazz V. Bitch : ไม่เอาน่า กองทัพของผมพร้อมที่จะบุกประเทศของคุณได้ทุกเมื่อนะ กองกำลังนาโต้ก็เอากับผมด้วย
ท่านผู้นำ : ผมยังยืนยันคำเดิม
Jazz V. Bitch : ถือว่าช่วยกันล่ะ ผมต้องการเป้นประธานาธิบดีอีกสมัย ผมต้องสร้างผลงานให้ได้ เอาอย่างนี้แล้วกันท่านนายก ถ้าคุณส่งตัวผุ้ก่อการร้ายพวกนี้มาให้ ผมเพิ่มค่าหัวให้คุณอีกครึ่งหนึ่ง 1500,000,000 US Dollar สำหรับหัวหน้า และ 150,000 สำหรับพวกสมุน
ท่านผู้นำ : ผมคิดว่าผมขอยืนยันคำเดิม
Jazz V. Bitch : เอาล่ะ ผมคิดว่าคุณคงจะรู้ตัว ว่าคุณเหลือเวลาอีกไม่มาก คิดให้ดีแล้วติดต่อผมมา

เป็นอีกครั้งที่ท่านประธานาธิบดีกระแทกหูโทรศัพท์ใส่ท่านนายกรัฐมนตรีไปโครมบะเร่อ

“คริ่ก” เสียงท่านนายกรัฐมนตรีกดหยุดเืทป…

สองอาทิตย์ผ่านไป กองทัพสหรัฐเริ่มเคลื่อนพลเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรียังนั่งเล่น PlayStation อย่างสนุกสนาน

ทหาร : ท่านครับ กองทัพสหรัฐบุกมาจนถึงชายแดนแล้วครับ

ทานผู้นำพยักหน้าสองที พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้น และสั่งการออกไปสองสามคำ…

ณ บริเวณชายแดน ทหารอเมริกันต่างแปลกใจ ไร้ซึ่งทหารคุมชายแดน ไร้ซึ่งแนวป้องกันใดๆ กองทัพสหรัฐสามารถเคลื่อนพลเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ซ้ำยังได้รับดอกไม้จากชาวบ้านชางเมืองเสียอีก เออ อะไรกัน?

กลับมาที่กลางเมือง กองทัพสารขัณฑ์ พร้อมตำรวจ และหน่วยจู่โจมพิเศษ เคลื่อนพลบุกเข้าไปยังพื้นที่พิเศษสำหรับกลุ่มผู้ก่อการร้าย บุกเข้ารวบหัวรวบหางบรรดาผุ้ก่อการร้าย ตั้งแต่ระดับหัวหน้าไปจนถึงคนเช็ดเท้า รวมๆแล้วได้มาเรือนแสนคน…

ชั่วโมงต่อมา ประเทศสารขัณฑ์ออกอากาศแถลงการไปทั่วโลกผ่านทางสถานีดทรทัศน์ชั้นนำ ถึงการบุกจับกลุ่มผู้ก่อการร้ายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เครื่องบินลำเลียง C-130 กว่าสองร้อยลำของกองทัพสารขัณฑ์บินเข้าน่านฟ้าสหรัฐอเมริกา ลำเลียงตัวผุ้ก่อการร้ายกว่าแสนคนไปมอบให้กับประธานาธิปดีสหรัฐ

บรรดานักวิชาเกินทั้งหลายที่เคยออกมาด่าทอรัฐบาล ต่างกลับลำออกมากล่าววิพากวิจารณ์ บ้างก็เทียบว่าการจับกุมครั้งนี้ เกือบทำให้ผู้ก่อการร้ายหมดดลกเลยทีเดียว…

ณ เวทีหน้ารัฐสภา นายกรัฐมนตรีขึ้นแถลงการต่อสาธารณะชน

“ในการจับกุมครั้งนี้ เรารวบหัวรวบหางกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ราวๆ 300 ถึง 400 กลุ่ม ได้ทั้งหัวหน้าและลูกน้อง รวมแล้วกว่าแสนชีวิต”

ท่านผู้นำเงียบไปได้สักครู่

“ผมบอกกับทุกคนแล้ว ว่าผมเป็นผู้นำของประเทศนี้ ขอให้ทุกคนเชื่อผม”

ท่านผู้นำเงียบไปอีกครั้ง ก่อนจะหยืบสิ่งหนึ่งขึ้นมา แล้วพูดต่อไป

“ถึงเวลาแล้ว ที่ผมจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ผมจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น”

นายกรัฐมนตรีสอดเทปสีดำเงาอันหนึ่งเข้าไปในเครื่องเล่นเทป กดปุ่ม Play แล้วเดินลงจากเวทีไปอย่างสุขุม ทันทีที่เทปเล่นมาจนถึงจุดที่อัดเสียงไว้ เสียงหนึ่งที่คุ้นหูชาวโลกก็ดังขึ้น…

“เอาอย่างนี้แล้วกันท่านนายก ถ้าคุณส่งตัวผุ้ก่อการร้ายพวกนี้มาให้ ผมเพิ่มค่าหัวให้คุณอีกครึ่งหนึ่ง 1500,000,000 US Dollar สำหรับหัวหน้า และ 150,000 สำหรับพวกสมุน”

ท่านประธานาธิบดีที่นั่งดูข่าวอยู่ในทำเนียบขาว นั่งหน้าเสีย มือกุมขมับแน่น นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่เสืออย่างสหรัฐอเมริกา ถูกลูกแมวขย้ำจนไม่มีชิ้นดี…

Posted by Jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Comments