แด่คุณย่า คาธารีนา กิมล้วน ยิ่งถาวรสุข

เรื่องมันย้อนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว คุณย่าของผมเกิดอาการน้ำท่วมปอดขึ้น ซึ่งหมอสันนิฐานว่าเป็นมะเร็ง จนเมื่อประมาณเดือนหนึ่งที่ผ่านมา อาการของคุณย่าก็หนักขึ้น พอไปหาหมอ ผลสรุปออกมาชัดเจนว่าเป็นมะเร็งปอด “ระยะสุดท้าย” เท่าที่ทราบคือมะเร็งกินปอดจนหายไปแล้วข้างหนึ่ง

จนเมื่อพฤหัสบดีที่แล้ว ผมมีโอกาสไปหาย่าที่นนทบุรี ย่าผมผอมมาก (เหลือ 39 กิโลกรัมเท่านั้นสำหรับน้ำหนัก) และต้องใช้ถังออกซิเจนช่วยในการหายใจ คืนนั้นผมนอนค้างที่นนทบุรี และคืนนั้นเอง ที่อาการคุณย่าทรุดหนักลง เช้าวันศุกร์จึงรีบพาไปโรงพยาบาลโรคทรวงอก ซึ่งภายหลังส่งต่อไปที่โรงพยาบาลราชวิถีอีกทีหนึ่ง ซึ่งที่สุดก็หาเตียงให้ได้ และได้นอนที่ รพ วันนั้นก็ใส่เครื่องช่วยหายใจให้กับย่า เป็นเคืร่องแบบสอดท่อ ซึ่งทำให้ย่าผมไม่สามารถพูดได้ จะทำอะไรก็เขียนคุยกันแทน ตกเย็นก็กลับบ้านกัน

วันเสาร์ผมไม่ได้ไปที่ รพ เหตุก็คือผมตื่นสายมาก และพอตื่นมาจะออกไป กลับไม่มีเงิน จนวันอาทิตย์ ตอนเช้าพ่อผมออกไปก่อน แล้วสักช่วงสิบโมง พ่อผมก็โทรเข้ามา แจ้งอาการย่าว่า “คุณย่าปอดแตก”

ตกใจครับ ตอนนั้นผมทราบมาว่าบรรดาอาๆทั้งหลาย ต่างทำใจเอาไว้แล้ว ว่าคุณย่าอาจจะไม่รอดในวันนี้ ผมรีบควานหาเงิน แล้วออกจากบ้านไปทันทีหลังทราบข่าวสักครึ่งชั่วโมง

ทันทีที่ผมไปถึง ย่าเรียกผมเข้าไปกอด…

ตอนนั้น ผมเห็นสภาพย่าแล้วผมทนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ผมยืนร้องไห้จนผมหมดแรง (จนขนาดเดินไม่ค่อยไหว ขาสั่น – ส่วนหนึ่งคือข้าวปลาไม่ได้กินด้วย) เมื่อย่าผมหลับ ผมพยายามไม่อยู่แถวนั้น เพราะผมไม่อยากร้องไห้ แต่ก็เดินเข้ามาดูเป็นพักๆ ว่าย่าเป็นอย่างไรบ้าง (ในใจผมนึกอยากได้ยินหมอวิ่งเข้ามาบอกว่ามีปอดเทียมเปลี่ยนเสียที่สุด – พูดเป็นหนังการ์ตูนไปได้) ตกเย็นผมก็กลับบ้าน (รพ ให้เยี่ยมได้แค่หกโมงเย็น)

แล้วราวๆ ห้าทุ่ม รพ ก็โทรแจ้งว่า คุณย่าเสียแล้ว…

ช็อคครับ คนที่เลี้ยงผมมาครึ่งชีวิต จากผมไปแล้ว ผมเคยเสียก๋งไปแล้วเมื่อตอนช่วง ม.4 ตอนนั้นผมคิดว่าผมคงทำใจได้แล้ว สำหรับการสูญเสีย ผมบอกกับตัวเองเสมอว่ายังไงสักวัน คนทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี

แต่เรื่องจริง กลับทำใจได้ยากกว่านั้นมาก…

เช้าวันจันทร์ การจัดหาโลงและเตรียมการพิธีสวดเริ่มขึ้น ตกเย็นเริ่มมีแขกมางาน

จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี และศุกร์…

พิธีสวดจบสิ้นลง วันนี้ วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พิธีก็เริ่มขึ้น ตั้งแต่เวลาบ่ายโมงครึ่งกับพิธีปลงศพ ก่อนเคลื่อนศพเข้าโบสถ์ เพื่อทำมิสซา และเคลื่อนศพกลับมาที่สุสานเพื่อฝัง จนแล้วเสร็จก็บ่ายสามเกือบสี่โมง

มันเป็นเรื่องยากมาก ที่ผมจะกลั้นน้ำตาเมื่อเห็นศพของคุณย่า ผมร้องไห้ตลอดที่เห็นท่านนอนสงบอยู่ในโลง แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อย คุณย่าก็ไปสบายแล้ว ไปอยู่กับก๋ง ไปให้ก๋งหยอกก๋งแกล้งแบบตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ :) (ก๋งกับย่าจะหยอกกันแกล้งกันตลอดครับ เป็นอะไรที่น่ารักมากๆ)

ขอให้พระเป็นเจ้า คุ้มครองวิญญาณของก๋ง ย่า และญาติพี่น้องทั้งหลาย ให้มีความสุขอยู่ในราชัยสวรรค์ของพระองค์ด้วยเถิด…

Posted by Jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Comments