Review Windows Live Essentials wave 4 Beta : Messenger

ไม่นานก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์เพิ่งจะปล่อย Windows Live Essentials Wave 4 Beta มาให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ลองใช้งานกัน ซึ่งผมเองคิดว่าหลายคนใน Blognone คงได้ลองสัมผัสกันแล้ว และก็คงมีใครอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ลอง อาจจะว่าเพราะไม่สนใจ หรือว่าไม่ได้ใช้ Windows Vista/7 อยู่ จึงไม่อาจใช้ได้

ในชุดของ Windows Live Essentials นั้นประกอบด้วยโปรแกรมใช้งานสารพัด คือ Messenger, Mail, Photo Gallery, Movie Maker, Writer, Family Safety, Messenger Companion, Sync และ Bing bar ซึ่งผมขะทยอยรีวิวโปรแกรมต่างๆลงในบล็อกเรื่อยๆ แต่คงไม่รีวิวครบทุกตัว คงรีวิวเฉพาะโปรแกรมที่ใช้งานกันบ่อยๆ หรือแนวโน้มว่าจะได้ใช้เท่านั้นครับ

เอาล่ะครับ เรามาสับแหลก Messenger กันดีกว่า

ผมจะสมมุติว่าเราผ่านขั้นตอนการติดตั้งไปสิ้นแล้ว เมื่อเราเปิด Messenger ขึ้นมา ก็จะพบกับความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่หน้าแรก นั่นคือหน้าต่าง Sign-in (เท่าที่สังเกตุคือในเวอร์ชั่นนี้ แยกหน้าต่าง Sign-in และ Messenger ออกจากกันครับ)

หลังจากกรอกอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็กด Sign-in เข้าไป ในขั้นนี้แนะนำว่าถ้าสติเราไม่ดี อย่าเพิ่งสลับหน้าต่างไปหน้าไหนจะดีกว่า เนื่องจากว่าใน Thumbnail นั้น หน้าต่าง Messenger มันหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับ MSN Today ใน Messenger ตัวก่อนนัก

เอาล่ะ นี่คือหน้่าตาของมัน ค่อนข้างจะออกแนว Metro อยู่ครับ

ในหน้าต่างหลักจะแบ่งการแสดงผลออกเป็น 2 ส่วน คือฝั่งซ้ายจะเป็นอัพเดทจาก Social Network และบริการต่างๆ ที่เราผูกบัญชีเอาไว้ (เช่น Facebook, MySpace หรือ Youtube) รวมถึงบล็อกที่ผู้ใช้เพิ่มเอาไว้เช่นกัน ส่วนพื้นที่ทางด้านขวามือ จะแสดงรายชื่อผู้ติดต่อของเราใน Windows Live ปกติ และนำของ Facebook เรามาแสดงเอาไว้ด้วย (อาจจะเป็นเช่นเดียวกันกับ MySpace ผมไม่ได้ลองครับ)

สำหรับบัญชี Facebook (บริการอื่นผมไม่แน่ใจครับ ไม่รู้จะไปทดสอบกับใคร) หากคลิกขวาที่ชื่อแล้ว มันจะมีตัวเลือกให้ส่งข้อความใน Facebook ได้ครับ (ส่งเป็นข้อความจดหมายครับ ไม่ใช่ Facebook Chat) แต่คือจริงแล้วนอกจากส่งข้อความ ยัีงสามารถดูข้อมูลอื่นๆบน Facebook ของผู้ติดต่อคนนั้นได้ด้วย เช่นข้อมูลส่วนตัว หรือ รูปภาพ

คือ ผมเองยังสงสัยอยู่ ว่ามันจะใช้ Facebook Chat ได้ด้วยหรือเปล่า

จริงแล้วหน้า Messenger นั้นมีการแสดงผลอยู่ 2 แบบด้วยกัน นั้นคือ Full View (แบบภาพด้านบน) และแบบ Compact View ซึ่งจะมีหน้าตาคล้ายกับใน Wave 3

เรื่องน่าแปลกใจอย่างหนึ่งคือเมื่อผม Sign-in เข้าไปแล้ว พบว่าชื่อของมัน มันแสดงเป็นชื่อและนามสกุลจริง ที่ผมลงเอาไว้ในโพรไฟล์ และจากที่ผมค้นดูใน Options พบว่าในเวอร์ชั่นนี้ เราไม่สามารถตั้ง Display name ได้อีกต่อไป โดยมันจะไปดึงชื่อของเรา ที่เราลงไว้ในโพรไฟล์ของ Windows Live (หรือใน Facebook กรณีที่ผูกบัญชีกันไว้) มาแสดงเป็นชื่อเราให้ในทันที ซึ่งหากเรากด Edit Name ในหน้า Options แล้ว Messenger จะเปิดหน้า Windows Live Profile มาให้เราแก้ไขชื่อกันเอง

เรื่องนี้สำหรับคนที่รำคาญการตั้งชื่อแบบอาร์ตลงตับอย่างผมค่อนข้างจะดีใจ แต่ว่าพฤติกรรมของ Messenger แบบนี้ จะทำให้การตั้งชื่อบน Windows Live Profile และ Facebook เรื้อนไปในรูปแบบเดียวกับใน Hi5 หรือเปล่า อันนี้ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน

อ้อ สำหรับบัญชีใดที่ผูกเอาไว้กับบัญชีของ Facebook ตัว Messenger จะไปดึงชื่อและภาพแทนตัวของผู้ติดต่อของเราใน Facebook มาแสดงรวมให้ด้วยกันใน Messenger ซึ่งใครใน Windows Live Contact ของเรามีแอคเคาท์ Facebook มันก็จะแสดงด้วยชื่อและภาพแทนตัวใน Facebook ให้ในทันที (แต่จากที่สังเกตุดู พบว่าเป็นแค่บางคนเท่านั้นที่แทนภาพ แต่การแทนชื่อส่วนมากจะเป็น ไม่แน่ใจว่าเฉพาะคนที่ผูกบัญชีเอาไว้หรือเปล่า)

มาดูกันในส่วนอัพเดทสถานะ ซึ่งดูเหมือนว่าจะกลายเป็นแกนสำคัญของ Messenger ไปเสียแล้วสำหรับในเวอร์ชั่นนี้ โดยช่องอัพเดทสถานะจะมีขนาดใหญ่โตมโหฬารอยู่ทางซ้ายบน เมื่อคลิกเข้าไปจะสามารถพิมพ์สถานะ พร้อมทั้งแนบลิงค์หรือรูปภาพไปกับสถานะได้ด้วย จากภาพตัวอย่างจะเห็นว่ารองรับการแชร์ไปยัง Facebook ด้วยครับ (ผมผูกบัญชีเอาไว้ครับ)

หน้าตาเมื่อแนบภาพ (ภาพที่แนบจะถูกเก็บไว้บน SkyDrive)

สำหรับการแนบลิงค์ Messenger จะสามารถดึงภาพจากหน้าเว็บมาทำภาพประกอบได้เช่นเดียวกับใน Facebook ครับ

อีกหนึ่งของเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่มีมาใน Messenger คือระบบ Badges ซึ่งจะเป็นไอคอนเล็กๆติดไว้หลังชื่อของเรา (ผมยังไม่เห็นประโยชน์อะไรของมันชัดเจนนัก แต่ระยะเริ่มคงเอามาเล่นอะไรกันสนุกๆ ได้) ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนได้จากเมนู Personalize Messenger > Change Badges ในเมนูหลัก ในตัวอย่างนี้คือภาพของคนที่ติด Badge Messenger Beta ครับ

ส่วนต่อไปที่เราจะมาดูกัน คือส่วนของ Jumplists และ Aero Peeks ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่เช่นเดียวกัน

จากเดิมใน Wave 3 เมื่อเราเปิด Messenger หลักแล้วมันจะขึ้น Preview ให้ 2 อัน อันหนึ่งเป็นภาพ Display Picture ของเรา และอีกอันหนึ่งเป็นหน้าต่าง Messenger มาในเวอร์ชั่นนี้ จะเหลือเพียงแค่หน้าต่าง Messenger เท่านั้น และใน Thumbnail ของหน้าต่าง Messenger จะมีไฟสถานะให้เรากดเปลี่ยนกันง่ายๆด้วย

สำหรับบน Jumplists ก็เปลี่ยนจากเดิมไปเช่นกัน โดยการโลกเมนูเดิมๆ ออกไปทั้งหมด และมี 2 หัวข้อย่อยคือ Favorites ที่จะแสดงผู้ติดต่อที่เราปักเอาไว้ใน Favorites ของ Messenger และอีกอันหนึ่งคือ Tasks ซึ่งจะมีเพียง Sign-out และปิด Messenger เท่านั้น (Jumplists เดิม – ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

อีกอย่างหนึ่งคือ Notification นั้นได้รับการออกแบบใหม่ ซึ่งผมคิดว่ามันดูมีชาติตระกูลขึ้นกว่าเดิมมากโขอยู่

และเท่าที่เช็คดู มันจะรวมการเตือนของ Social Network ต่างๆ รวมถึงปฏิทินเอาไว้ด้วยครับ (แต่้เหมือนว่ามันยังใช้ไม่ได้)

เอาล่ะ เรามาดูหน้า Conversation กันบ้างครับ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคงเป็นเรื่องของ Tabbed Conversation ที่ใครหลายคนรอมานาน (แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ค่อยใช่สักเท่าไหร่)

หน้าตาโดยรวมของหน้าต่าง Conversation ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก แต่พวกเมนูต่างๆ ที่เคยเป็นแถบซ่อนอยู่ด้านบน เหมือนมันจะย้ายลงมาด้านล่าง และ Hand-Writing นั้นหายไปแล้วครับ (หรือมันซ่อนอยู่ ก็ไม่แน่ใจ) ซึ่งถ้าสังเกตุที่แถบเมนูใต้ช่องพิมพ์ข้อความ จะเห็นคำสั่งหนึ่ง นั่นคือ “Appear Offline to this person” ซึ่งนั่นหมายความว่า ต่อไปนี้เราเบื่อหน้าใคร ไม่อยากคุยชั่วคราว ก็ไม่ต้อง Appear Offline ทั้งโปรแกรม หรือ Block หนีกันอีกต่อไป แค่จิ้มปุ่มนี้ทีเดียว จบ!

อ้อ มีรุ่นน้อง call เข้ามาพอดี พบว่าพวกแสดงความดังไมค์และลำโพง จะไปขึ้นเป็นแถบอยู่ด้านบน พร้อมบอกคุณภาพสัญญาณและปุ่มหยุด call

เรื่องน่าเบื่อของแท็บมีสองเรื่องที่ผมเจอ คือ

  1. เราสามารถ undock หน้าต่างสนทนาออกมาเป็นหน้าต่างเดี่ยวๆ ได้ แต่ว่า ไม่สามารถ dock กลับไปได้ (หรือผมยังหาวิธีไม่เจอ )
  2. ไม่สามารถใช้ Middle Click ในการปิดแท็บได้ (มันค่อนข้างขัดสามัญสำนึกการใช้แท็บของผมอยู่)

เรื่องเล็กๆ น้อยที่เหลือคือ เวอร์ชั่นนี้กินแรมสูงกว่าเ้ดิมครับ ราวๆ 130MB (จากเวอร์ชั่นเดิมราวๆ 30-70MB) แต่โดยรวมทำงานได้ค่อนข้างเร็วกว่าเดิม อีกเรื่องคือ Emoticon เปลี่ยนใหม่ครับ หน้าตาดูเป็นสิ่งมีชีวิตมากขึ้น

ก็ขอจบ Mini Review ลงแบบดื้อๆ ณ ตรงนี้ครับ

ปล.บทความนี้ตอนแรกผมเขียนลง Blognone ครับ ซึ่งผมจะใช้บล็อกผมเองสำหรับเขียนรีวิวโปรแกรมอื่นในชุดที่เหลือ ซึ่งถ้ามันน่าสนใจ จะเอาไปลง Blognone อีกทีหนึ่ง

Posted by Jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Comments