ทำงาน อาทิตย์แรก

จนครับ เลยหางานทำครับ

ตอนนี้ทำงาน (อันที่จริง มันควรเรียกว่าทดลองงาน) อยู่ที่ร้าน UA Com ที่ซีคอนสแควร์ครับ เป็นช่างซ่อมคอม? และขายอุปกรณ์พวก IT Accessories ต่างๆ? ได้เริ่มงานมาอาทิตย์นึงแล้วครับ ก็มีประสบการณ์บางส่วนที่อยากเอามาแชร์ลงในบล็อกบ้าง

อืมม ลองอ่านดูแล้วกันครับ มันอาจจะยาวสักหน่อย

วิถีช่างคอม

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ถูกเพื่อนๆ กาหัวว่าเป็น “เซียนคอม” (แต่ผมว่าผมไม่นะ) ซึ่งปกติผมก็รับซ่อมรับแก้ปํญหาคอมอะไรอยู่บ้างประปราย และเมื่อผมมาทำงานที่ร้าน ก็ได้เจอกับพี่ช่างคอม ที่เรียนมาทางด้านการซ่อมคอมจริงๆ

อย่างแรกเลย ช่างซ่อมคอมพวกนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องซอฟต์แวร์ลึกมากนักครับ โดยมากเอะอะก็จะลงวินโดวส์ใหม่ และบางทีการลงซอฟต์แวร์ก็มีลักษณะเป็นความเชื่อมากกว่า เห็นได้ชัดคือ Windows ครับ คือคอมลูกค้านี่ส่วนมากก็รับ Windows 7 ทั้งนั้นนะ แต่ช่างจะแนะนำให้ลง Windows XP เหตุผลก็ประมาณว่า เกมนั่นนี่ เล่นกับ 7 ไม่ได้ โปรแกรมนั่นนี่ อาจจะใช้ไม่ได้ (มีเคสหนึ่งที่ผมพบว่ามันควรเป็นปัญหาเกี่ยวกับบนฮาร์ดแวร์ แต่ช่างโทษว่าเป็นเพราะเกมไม่เข้ากับ Windows 7 ซึ่งตอนหลังเขายกเครื่องกลับมา และพบว่ายังคงพบปัญหา BSOD อยู่เหมือนเดิม – ไงล่ะ โดนร้านฟันไป 800)

ส่วนซอฟต์แวร์ที่ช่างลงให้ ก็มักจะเป็นโปรแกรมใหญ่ๆ ที่ไม่รู้จะลงรวมกันให้มันหนักทำไม เช่น PowerDVD, GOM Player และ K-Lite (ปกติเวลาผมทำ ผมลง K-Lite ตัวเดียวเลยนะ) กับอีกอันที่ไม่รู้จะลงไปทำไม คือ ACDSee Pro ที่ผู้ใช้ส่วนมากใช้มันแค่ส่วน Photo Viewer เท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกันครับ มันจะช่วยแก้ปัญหาได้เร็วมาก และเป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะดึงระบบกลับมาให้ทำงานได้เหมือนใหม่ (แหงแซะ ก็ลงใหม่นี่นา – ผ่านการโกสต์น่ะนะ) และโปรแกรมที่ลงก็เป็นโปรแกรมที่ใครๆ รู้จักและใช้เป็น (แม้มันจะอืดเป็นเรือเกลือก็เถอะ)

ส่วนข้อเสียก็นะ มักง่าย และ เฟะ

สรุปคือ วิถีของช่างซ่อมคอม จะัไม่เน้นแก้ปัญหาครับ แต่จะลงระบบใหม่ให้ลูกค้าเลย

การออกบิลให้ลูกค้า

ในร้านจะมีบิลอยู่ 2 แบบครับ คือบิล Vat (ที่จะมีชาร์จภาษีอีก 7%) กับบิลเงินสด (ไม่มีชาร์จ Vat) วิธีเขียนก็ไม่ยาก ใส่รายการของ จำนวน และราคา พื้นที่ที่เหลือก็ลากถั่วงอกใส่ไปตัวนึงยาวๆ ส่วนบิล Vat ก็ใส่มูลค่าเพิ่ม 7% ลงไป และรวมยอดลงอีกช่อง จบ

ในขั้นตอนนี้ จะมีลูกค้าบางคนครับ ที่ขอให้เขียนบิลตามที่ลูกค้าบอก (ซึ่งร้านก็รับครับ แต่ผมไม่ค่อยอยากทำให้แฮะ) ซึ่งลูกค้าจะให้เขียนราคาสินค้าแำพงเกินราคาจริง มีรายนึงเขียนแพงกว่าราคาจริงไปราวๆเท่าตัวเลยก็มี

เหตุผลก็คือลูกค่าที่ขอบิล ส่วนใหญ่จะเอาบิลไปเบิกได้ครับ ก็เบิกเกินมาหน่อย แล้วเอาเข้ากระเป๋าตัวเอง ถือเป็นกำไรไปอะไรไป

“มองตัวไหนอยู่ครับ สอบถามได้นะครับพี่”

หลายคนเวลาไปเดินตามโซนร้านคอมร้านมือถือ มักจะเจอ พนง ร้าน ยิงคำถามแบบนี้ใส่ และหลายคนก็เกิดความรำคาญ (ซึ่งผมก็เป็น) แต่การถามแบบนี้ก็มีข้อดีครับ คือมันช่วยดึงลูกค้ามาหาเราได้จริงๆ

หลายทีที่ผมยิงคำถามออกไปหาลูกค้าที่มองเข้ามาในร้าน และลูกค้าก็หันกลับมาและถามถึงของที่มองอยู่ และหลายทีที่ของมีและสามารถขายออกไปได้จริงๆ

ส่วนมากลูกค้าที่มีปฏิกิริยาตอบสนองกับคำถามนี้ คือลูกค้าที่ไม่ค่อยรู้เรื่องคอมครับ (พวกที่รู้เรื่องคอมนี่เห็นส่วนมากก็เดินดุ่มๆ ไปดูเลย จากนั้นถึงจะถาม) และหลายทีก็ได้ปัญหาจากคำถามนี้เหมือนกัน คือลูกค้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วเขาก็อธิบายได้งงมากๆ เฮ้อ กว่าจะหาของให้เจอ บางทีจะโชคร้าย ถามอยู่ตั้งนาน กลายเป็นของไม่มีอีก

ลูกค้าต่อราคา

เป็นอีกเรื่องที่น่าปวดหัวครับ คือลูกค้าขอต่อราคาลงไปแบบร่วงกรูดเลย (เคยเจอต่อ 259 เหลือ 200) ซึ่งปกติถ้าซื้อชิ้นเดียว และไม่ถึงพัน ลดได้ก็ตัดเศษ 9 บาทนั้นแหละครับ จาก 259 เหลือ 250 อะไรอย่างนี้? แต่ถ้าซื้อถึงพัน ก็อาจจะได้ลดสักห้าสิบหกสิบ

อย่างนึงที่ลูกค้าควรรู้ไว้คือราคาของในร้าน พวกที่มีเศษ 9 บาท 5 บาท อะไรแบบนี้ เขาจะตั้งราคาเผื่อการต่อเอาไว้แล้วครับ ถ้าคุณขอต่อราคา ก็ลดลงไปได้แค่เศษไม่กี่บาทพวกนี้แหละ ดังนั้นเทคนิคการต่อคือ เจอเศษ 5 บาท 9 บาท ขอต่อไปเลยครับ ได้แน่นอน แต่ถ้าเป็นเลขกลมๆ เช่น 100, 120, 300 อะไรแบบนี้ มักจะไม่ยอมให้ต่อ ด้วยเหตุผลว่า “ถูกสุดๆแล้วพี่ ให้กำไรผมมั่งเถอะ” (แต่ก็ยังกำไรอยู่ดีแหละ เนอะ)

อีกเรื่องที่อยากขอคือถ้าอยากต่อราคาเนี่ย ให้ต่อกับเจ้าของร้านนะครับ (วิธีสังเกตุคือพวกที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเก็บเงิน) ถ้าต่อกับพวกลูกจ้าง พวกนี้จะัไม่มีอำนาจตัดสินใจลดราคา บางทีการโยนถามเจ้าของร้าน อาจจะโดนเจ้าของร้านเตือนอีก ว่าเป็นการไปต่อราคาให้ลูกค้า (ร้านเล็กๆแม้จะต่อราคาได้ แต่เขาก็อยากได้กำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยอยู่ดีครับ)

มีอีกเคสนึงคือลูกค้าโมเมราคามาขอต่อ เช่นบอกว่า “โหยพี่ 210 เลยเหรอ เจอตรงโน้นขาย 150 เอง” ซึ่งในภายหลัง เจ้าของร้านให้ผมเช็คราคา ผมพบว่า ร้านอื่นขายอยู่ 250!

ลูกค้าเพ็ทโด้!

ไิอ้เนี่ยแหละ เรื่องโึคตรพ่อโคตรแม่ปวดเศียรเวียนเกล้าของร้านค้า!

มันมีหลายเรื่องครับ เช่น ลูกค้าเอาคอมมาซ่อมได้สามสี่เดือนแล้ว พอคอมพังก็มาโวย แล้วบอกว่า “เฮ้ย อะไรเนี่ย ผมเพิ่งเอามาซ่อมเมื่อเดือนที่แล้วเองนะ” แล้วก็บ่นๆๆๆๆๆ เออ มันไม่ช่วยอะไรหรอก สุดท้ายช่างมันก็ลงวินโดวส์ให้เอ็งใหม่อยู่ดีแหละน่า อิด๊วกส์

กับอีกเรื่องที่เป็นปัญหาคือการฝากคอมมาทำครับ ล่าสุดที่ผมเจอคือลูกค้าฝากคอมพี่คนนึงมาทำ แล้วผมก็ลง Windows ให้ แล้วพอพี่เขากลับมา ผมก็ถามว่า “จะให้ผมลงโปรแกรมอะไรให้ด้วยมั๊ย พวกออฟฟิส โฟโต้ช็อป แอนตีไวรัส” และพี่เขาก็ตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะ เอาไปลงเองได้”

แล้วปัญหาก็เกิดครับ เมื่อพี่เขาเอาคอมกลับไปที่บ้าน อิเจ๊คนที่ฝากคอมมาทำครับ มันก็โทรมาโวย! ประมาณนี้

“นี่มันทำคอมประสาอะไรเนี่ย จ่ายไปตั้ง 400 ไม่ลงโปรแกรมอะไรมาให้เลย”

ผมก็ตอบกลับไป เอ้า ก็พี่ที่เอามาให้ เขาบอกจะเอาไปลงเอง

“ลงเองอะไรล่ะ จ่ายไปตั้ง 400 ถ้าจะเอามาลงเอง จะจ่ายทำไม”

บลาๆๆๆ สุดท้ายก็ึคุยกับพี่ที่เอาคอมมาให้ทำ แต่อิเจ๊นั่นก็ยังโวยวายมาตามสายโทรศัพท์ กว่าจะเงียบก็ราวห้านาที สิ่งที่ผมอยากจะบอกกับอิเจ๊นั่นก็คือ

  1. ไลเซนส์วินโดวส์นี่หลายพันนะครับ คุณเอามาลงเถื่อนแค่ 400 นี่คุณก็โกงเขาไปมากแล้วครับ
  2. ยังไม่รวมค่าไลเซนส์ออฟฟิส แอนตี้ไวรัส และโปรแกรมอื่นๆ ที่พี่จะลงอีกนะครับ รวมๆ แล้วพี่อาจจะโกงไปถึงแสนนะครับ
  3. พี่ครับ ทีหลังจะฝากคอมใครไปทำเนี่ย ตกลงกันดีๆ นะครับ ว่าจะเอาโปรแกรมอะไรมั่ง ไม่ใช่บอกเอาคอมไปทำ แล้วก็ปล่อย บางทีคนเอามาทำเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะครับ

วันต่อมา พี่เขาก็เอาคอมกลับมาลงโปรแกรม ก็จัดไปให้ครับ เต็มที่เท่าที่จะนึกออกว่าปกติคนเขาลงเอาไอคอนโปรแกรมอะไรบ้าง

แล้วอิเจ๊นี่ก็โทรมาโวยอีกรอบ ว่าผมลงออฟฟิส 2003 ไปให้ เค้าจะเอา 2007 เฮ้อ…

และข้อ 4. อิห่า!

ทิ้งท้าย รวบยอดหนึ่งอาทิตย์

งานนี้เป็นงานสบายครับ นอกจากต้องคอยรองรับอารมณ์ลูกค้า ก็ไม่มีเรื่องหนักหนาอะไร ถ้ามั่นใจว่าตบะดีพอ ทำงานขายของในห้างได้เลยครับ งานสบาย และเงินก็ไม่ถือว่าแย่นัก เมื่อเทียบกับความเหนื่อย (ผมทำนี่ก็เข้างานพร้อมห้างเปิด ตอนสิบโมงครึ่งนะ แล้วเลิกงานสองทุ่มครึ่ง)

ทิ้งท้ายอีกรอบ ผมรับซ่อมคอมนะ

อีกเรื่องที่อยากฝากประชาสัมพันธ์คือ ผมก็รับงานซ่อมนอกสถานที่นะครับ ลงวินโดวส์ (ลีนุกซ์ก็ได้ เอ้า) ลงโปรแกรม เปลี่ยนอะไหล่ (ปกติร้านไม่ซ่อมอะไหล่ให้นะ พังก็เปลี่ยน) เรตราคาตามนี้

  • ลงวินโดวส์ ลงโปรแกรม ตามที่ลูกค้าต้องการ + 200 บาท
  • เปลี่ยนอะไหล่ + 150 บาท (ค่าอะไหล่ลูกค้าออก และผมขอชาร์จค่าอะไรทุกชิ้นที่เกิน 150 บาท ชิ้นละ 30 บาท)
  • หรือทั้งเปลี่ยนอะไหล่ ลงวินโดวส์และโปรแกรม คิด 300 บาท (ค่าอะไหล่ลูกค้าออก และผมขอชาร์จค่าอะไรทุกชิ้นที่เกิน 150 บาท ชิ้นละ 30 บาท)

ทั้งนี้มีค่ารับงานอีก 100 บาท ซึ่งเป็นการวิเคราะห์อาการ รวมถึงแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆต่างๆ ที่ไม่ถึงขั้นจะต้องลงวินโดวส์ใหม่ อ้อ ไม่รวมค่ารถนะครับ (เดี๋ยวจะตีค่ารถเป็นเลขกลมๆ 50 บาท 100 บาท ให้)

ถ้าทำไม่ได้ ไม่คิดเงินนะครับ (แต่จะเลี้ยงข้าวสักจาน กับให้ค่ารถกลับบาท ก็จะขอบคุณมาก)

ติดต่อผมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 0850550996 หรืออีเมล [email protected] ครับ

ขอบคุณครับ

Posted by Jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Comments