รีวิวเครื่องเล่นเพลง Samsung F3

คือหลังจากที่ผมเปลี่ยนมือถือมาใช้ HTC Magic ผมพบประสบการณ์เลวร้ายอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือหูฟังครับ หูฟังของ HTC Magic นั้นเป็นแบบ Mini USB (เพื่อออออ !?) ทำให้ผมหาหูฟังดีๆมาใช้แทนได้ค่อนข้างลำบาก ทางออกชั่วคราวของผมก็เลยเป็นการเอามือถือเครื่องเก่า (SE Xperia X2) มาใช้ฟังเพลงไปก่อน (ที่จริงผมเอามันมาใช้เป็นกล้องไปแล้ว) แต่ปัญหาอีกอย่างที่ตามมาก็คือ แบตมันหมดเร็วมาก (พิษ Windows Mobile)

ดังนั้น ทางออกที่ค่อนข้างจะคงทนถาวรของผมคือการซื้อเครื่องเล่นเพลงมาสักเครื่องนึงครับ

เกณฑ์การเลือของผม ที่ตั้งใจไว้ มีดังนี้

  1. ไม่ใช่จอสัมผัส
  2. อ่านภาษาไทยได้
  3. ถ้าอ่านไม่ได้ก็ไม่ต้องมีจอ
  4. เล่นไฟล์ FLAC ได้

ซึ่งในรอบแรก ผลออกมาได้เป็น Cowon iAudio E2 เครื่องเล่นเพลงอันเล็กๆ ไม่มีจอ สนนราคาที่ 2GB อยู่ที่ 2000 บาท และ 4GB อยู่ที่ 2700 บาท (ผมเจอร้านเดียวที่ขายน่ะนะ) ซึ่งผมก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีกมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เลยยังไม่ได้ซื้อมันสักที

จนวันนี้ผมไปเดินเล่นใน IT Junction ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว ก็เจอกับ Samsung YP-F3QB ขนาด 2GB นอนอวดตัวอยู่ในตู้ เลยจัดการสอยมันมา ในสนนราคา 890 บาท (ต่อลงมาจาก 999) ซึ่งผมว่ามันก็ไม่ได้แพงอะไร สำหรับ 2GB

สำหรับฟีเจอร์ของมัน มีดังนี้ครับ

  1. เล่นไฟล์ MP3, WMA, OGG, และ FLAC ได้
  2. จอสีขนาด 1″
  3. แสดงภาษาไทยได้
  4. แสดง Album Art ได้
  5. มีวิทยุ FM
  6. แบตเตอรี่ในตัว ซัมซุงบอกว่าฟังเพลงได้ต่อเนื่อง 15 ชั่วโมง (ผมว่าน้อยนะ แต่ผมไม่เคยฟังเกินนี้หรอก)

เรื่องแปลกอย่างนึงคือ F3 ตัวนี้สามารถจัดการเพลงผ่าน Kies ได้ แต่ต้องเป็น Kies เวอร์ชั่นที่มากับตัวเครื่องเท่านั้น ถ้าไปโหลดเอาจากหน้าเว็บซัมซุง (จากหน้าของ F3 นี่แหละ) มันจะบอกว่า F3 ไม่ใช่อุปกรณ์ที่รองรับ

แกะกล่อง F3

F3 มากับกล่องเล็กๆ ครับ ในกล่องจะมีของมาให้ดังนี้

  1. เครื่องเล่น F3 1 ตัว
  2. หูฟังแบบ ear-bud ที่เสียงห่วยมาก 1 เส้น
  3. ฟองน้ำหูฟัง 1 คู่
  4. สาย USB 1 เส้น (เป็นแบบ Micro USB ครับ)
  5. คู่มือและเอกสารประกัน

ตัวเครื่องผมว่าสวยดีนะครับ ตัวเครื่องเบามาก (ในหน้าเว็บบอกไว้ว่าราวๆ 22 กรัม) ซึ่ง มันทำให้จับแล้วรู็สึกก๊องแก๊งมากดเช่นกัน งานประกอบดูแน่นดีนะครับ ยกเว้นปุ่มกด ที่กลัวว่ากดแล้วมันจะหลุดออกมา หรือยุบลงไปแล้วไม่เด้งมาอีกเลย แถมเขย่าแล้วได้ยินเสียงปุ่มกดขยับด้วยแน่ะ

กับอีกอย่างหนึ่งที่ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นข้อดีดีหรือไม่ นั่นคือสาย USB ฝั่งตัวเครื่องเล่นนั้นแน่นมากครับ ดังนั้นน่าจะมั่นใจได้ว่าระหว่างโยนเพลงลงไป คงไม่สะดุดสายหลุดเอาง่ายๆ แต่ก็ต้องระหวังเหมือนกัน เพราะมันค่อนข้างต้องใช้แรงในการดึงออก ช่องอาจจะพังได้ครับ

ความสามารถของ F3

เกี่ยวกับเพลง

เอาล่ะ มาพูดในแง่ของซอฟต์แวร์ของมันกันบ้าง อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วครับ ว่าเจ้า F3 ตัวนี้ สามารถอ่านภาษาไทยได้ และสามารถเล่นไฟล์ FLAC ได้ อ้อ พูดถึง FLAC มีเรื่องระทึกเล็กน้อยตอนที่ผมใช้ Kies โยนเพลงลง F3 ครับ คือ Kies สามารถสแกนเจอไฟล์ FLAC แต่ว่ามันไม่สามารถอ่าน ID3 Tag ของไฟล์ FLAC ได้! ทีนี้ก็เลยแอบระทึกล่ะครับ ว่าพอโยนลงเครื่องแล้ว เครื่องจะอ่าน ID3 Tag ของไฟล์ FLAC ได้หรือไม่ ซึ่งผลก็ออกมาน่าพอใจครับ สามารถอ่านได้สบายมากเลย

ในด้านการจัดการ Library นั้น ตัว F3 สามารถแยกเพลงออกตาม ID3 Tag ที่เราจัดไว้ได้ครับ ซึ่งมันจะแยกได้ตามอัลบั้ม, ศิลปิน, ประเภท, และแสดงเพลงทั้งหมด (มี file browser เล็กๆไว้ให้ด้วยครับ) อ้อ สามารถจัดเพลงลง Playlist ได้ด้วยครับ ส่วนตัวแล้วผมว่าฟีเจอร์ด้าน Library พื้นๆแค่นี้ ก็ค่อนข้างพอแล้วสำหรับผมนะ

อีกนิดนึงคือตัวเล่นเพลงนี้จะสามารถแสดงเนื้อเพลงได้ด้วยครับ ในคู่มือบอกไว้แค่ว่า korea only ไม่รู้ว่าหมายถึงเพลงเกาหลีเท่านั้น หรือเฉพาะในประเทศเกาหลี (น่าจะเป็นเฉพาะในประเทศเกาหลีนะ)

วิทยุ FM

นอกจากฟังเพลงธรรมดาแล้ว ใน F3 เรายังสามารถใช้มันฟัง FM ได้ด้วยครับ (แน่นอนว่าต้องเสียบหูฟัง) ซึ่งผมลองดูแล้วก็รับได้ชัดเจนดีครับ (ผมอยู่ลาดพร้าว 102 ห้องอยู๋ชั้น 7 อาจจะมีสัญญาณค่อนข้างชัดนะ)

วิทยุ FM จะมีให้เล่นอยู่ 2 โหมดครับ คือโหมดสแกนหาคลื่นไปเรื่อยๆ (ลองเล่นแล้วมันขยับให้ที่ละ 0.05 MHz) และโหลด Preset (หรือที่เรากำหนดช่องเอาไว้แล้วนั่นแหละ)

อ้อ ในคู่มือบอกไว้ว่าเอาไปฟังได้ทุกที่ในโลก ยกเว้นยุโรปและยูเครนครับ

ฟิตเนส

ครับ อีกหนึ่งความสามารถของมัน เป็นความสามารถเกี่ยวกับฟิตเนส (ไกลตัวผมมากๆ)

ลักษณะของมันคือจะให้เราเลือกลักษณะกิจกรรทมที่เราทำครับ เช่นเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นโยคะ ฯลฯ แล้วมันจะจับเวลาให้เรา (ผมไม่ได้ลองต่อไป แต่คิดว่าน่าจะเป็นคำนวนแคลลอรี่ที่เผาผลาญไปนั่นแหละครับ)

POPCON

ป๊อปค่อนครับ ไม่ใช่ป๊อปคอร์น

ป๊อปค่อนมันจะให้เราเลือกไอคอนเล็กๆมาเป็น Avatar แทนตัวเราได้ครับ แล้วมันจะไปโผล่ตามจุดที่มันโผล่ขึ้นมาได้ เช่นตรง Album Art ของเพลงที่ไม่มีภาพ Album Art เออ ผมว่ามันก็น่ารักดีนะ

SoundAlive

SoundAlive เป็นระบบเสียงของ Samsung เค้า (มั๊ง) ครับ ลักษณะเป็น Preset Equalizer คล้ายๆพวก SRS หรือ BBE+ นั้นแหละ เท่าที่ลองดูมันก็ไม่ค่อยต่างอะไรกับ Presets Equalizer ทั่วๆไปเท่าไหร่ เท่าที่สำรวจดูมันจะมี Preset มาให้จำนวนหนึ่ง สามารถปรับ Equalizer ได้ และมีส่วนปรับเบสและ 3D เพิ่มเข้ามาครับ

การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

F3 ตัวนี้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านพอร์ต USB มาตรฐานทั่วไปครับ โดยฝั่งตัวเครื่องจะเป็นช่อง Micro USB ที่แน่นหนามาก (แน่นจนกลัวว่มันจะพังเพราะดึงไม่ออกกันเลยครับ)

ในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แต่ละครั้งเนี่ย เครื่อง F3 จะหยุดเล่นเพลงแล้วแปลงร่างเป็นแฟลชไดรฟ์โง่ๆอันนึงครับ เราสามารถลากเพลงมาใส่ในเครื่องได้เลย (หรือจะทำผ่าน Kies ก็ได้) ซึ่งมันจะมีลูกเล่นนิดนึงคือในระหว่างที่มีการอ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนเครื่อง บนจอจะขึ้นเตือนด้วย ว่าเออ อย่าเพิ่งดึงออกนะ

แบตเตอรี่

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับอุปกรณ์พกพาทุกชนิด นั่นคือแบตเตอรี่ครับ

ในเว็บซัมซุงโม้เอาไว้ว่าชาร์จเต็มแล้วฟังได้นานถึง 15 ชั่วโมง ซึ่งผมลองดูแล้ว ชาร์จเต็ม แล้วเปิดเพลงมาราธอนทิ้งไว้ (เบิร์นหูฟังไปในตัว) ความดังเสียงก็อยู่ระดับกลางๆ ค่อนไปทางน้อย ไฟล์ที่เล่นก็ปนๆกันระหว่าง mp3 กับ flac ตื่นมาตอน 8 โมง พบว่าแบตเหลือ 1 ขีด (จาก 3) ตื่นมาอีกที่ 11 โมง พบว่าดับสนิทไปแล้วครับ

ตอนนี้คิดได้ว่า แบตไม่ทนจริงอย่างที่ซัมซุงโม้ หรือไม่เครื่องผมก็แบตเริ่มไม่ดีแล้ว เดี๋ยวคืนนี้จะลองทดสอบอีกทีนึงครับ

คุณภาพเสียง

ผมเชื่อว่าคนที่ตามอ่านรีวิวสั่วๆของผมอันนี้ คงต้องรอหัวข้อนี้เป็นแน่แท้ ซึ่งผมต้องขอเตือนว่า อย่ารอหัวข้อนี้เล้ย

อย่างแรก ผมเป็นพวกหูสังกะสีสุดๆ แยกไม่ค่อยจะออกหรอกครับว่าแบบไหนเสียงดี แบบไหนเสียงห่วย ดังนั้นก็รีวิวเรื่องนี้กันตามมีตามเกิดแล้วกันนะครับ

อย่างแรกเลยคือหูฟังที่แถมมาด้วยนั้นเป็นแบบ Ear-bud ที่ใส่แล้วรำคาญหูเป็นอย่างมาก และเสียงอยู่ในระดับห่วยวิบัติเลยครับ (มันมีทฤษฎีว่าต้องเบิร์นหูฟังก่อนใช้สักร้อยหรือสองร้อยชั่วโมงก่อนใช้ แล้วเสียงจะดีขึ้นเหมือนจากยาจกเป็นพระราชากันเลยทีเดียว อันนี้ต้องลองกันเองครับ) กอปรกับหูฟังเทวดาผมก็ไม่มีสักเส้น ดังนั้น ผมเลยลองเสียบดูกับลำโพงคอม อืม มันก็ไม่ต่างกับเปิดจาก Notebook เท่าไหร่แฮะ…

คำเตือนส่งท้าย

  1. คุณภาพเสียงหูฟังอยู่ในระดับทำร้ายโสตประสาท แม้แต่กับพวกหูสังกะสี แนะนำให้เบิร์น (ถ้ามันได้ผล) หรือไม่ก็ซื้อหูฟังดีๆ แทนไปเลยครับ
  2. จอเป็นรอยมือง่ายมาก ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการกินอะไรก็ตามที่ทำให้มือเป็นมัน เช่นข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไก่ทอด หรือลูกชิ้นทอด
  3. เครื่องแข็งแรงหรือไม่ ไม่ทราบ แต่จากน้ำหนักของมัน แนะนำให้ค่อนข้างถนอมมันนิดนึง มันไม่น่าจะรอด ถ้าเกิดทำตกแล้วมีอะไรทับมัน (แต่ด้วยน้ำหนักที่เบา น่าจะรอดถ้าแค่ทำตกเฉยๆ)

ขอจบรีวิวสั่วๆเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ

Posted by Jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Comments