Cache ในเวิร์ดเพรส ด้วย WP Super Cache

ปกติแล้วบล็อกของผมนั้นไม่ได้เปิดใช้งานระบบแคชครับ  เนื่องจากผมเห็นว่าเว็บมันไม่ได้โหลดหนักอะไรอยู่แล้ว (คนเข้าก็ไม่เยอะครับ 55) เลยไม่ได้สนใจจะเปิด  แต่คืนนี้นั่งน้ำมูกไหลอยู่เพลินๆ เลยลองทำแคชเล่นดู  ก็เห็นตัวเลขน่าสนใจเหมือนกัน  เลยลองเอามาแชร์กันครับ

ผมทดสอบความเร็วการเข้าเว็บด้วย http://webwait.com/ ครับ  ผมเข้าใจว่ามันวัดจากเน็ตเรานี่แหละ  โดยเมื่อปิดใช้งานแคช  บล็อกนี้จะใช้เวลาเข้าถึงเฉลี่ยประมาณ 1.2 วินาที ตามภาพนี้

การเข้าถึงโดยไม่มีแคช

การเข้าถึงโดยไม่มีแคช

จริงๆ มันก็จัดว่าต่ำอยู่แล้ว (ก็บล็อกมันไม่ได้โหลดหนักอะไรนี่เนอะ) แต่เพื่อความสนุกส่วนตัว  เลยจะลองเปิดใช้งาน Cache ดูครับ

WP Super Cache

WP Super Cache เป็นปลั๊กอินที่ผมเลือกใช้  แม้ว่าหลายๆ ท่านจะลงความเห็นตรงกันว่า W3 Total Cache นั้นได้รับความนิยมมากกว่า  และประสิทธิภาพดีกว่า  แต่จากประสบการณ์แล้ว WP Super Cache เซ็ตอัพง่ายกว่ามากครับ (ผมเปิด W3 แล้วมันพังบ่อยมาก  สงสัยมืออาจจะไม่ถึงครับ)

อีกข้อหนึ่งก็คือ WP Super Cache นั้นมี Automattic ซึ่งเป็นบริษัทที่ดูแล WordPress อยู่ ร่วมในการดูแลด้วยครับ

ใน WP Super Cache จะมีโหมดการแคชอยู่ 3 โหมดด้วยกัน  คือ

  1. ใช้ mod_rewrite ในการจัดส่งแคช
  2. ใน PHP ในการจัดส่งแคช
  3. แบบ Legacy

โดยตัวปลั๊กอินจะบอกว่าการส่งแคชด้วย mod_rewrite จะเร็วที่สุด  แต่จากที่ผมทดสอบ  พบว่าการใช้ PHP ส่งแคชนั้นกลับเร็วกว่าเล็กน้อยครับ (เล็กน้อยจนแทบไม่มีนัยยะสำคัญใดๆ)  ลองมาดูผลทดสอบกัน

จัดส่งแคชด้วย mod_rewrite

จัดส่งแคชด้วย mod_rewrite

จัดส่งแคชด้วย PHP

จัดส่งแคชด้วย PHP

โดยรวมแล้วก็คือเมื่อเปิดใช้งานแคช  เว็บสามารถเข้าถึงได้เร็วขึ้นครับ  เหลือแค่ประมาณ 0.75 วินาทีเท่านั้น

กรณีตัวอย่าง

ในเว็บเล็กๆ อย่างเช่นบล็อกของผมนี้  อาจจะไม่เห็นผลชัดเจนนักกับการทำแคช  เพราะโดยปกติเว็บก็ไม่ได้กินแรงเครื่องมากมายอยู่แล้ว  แต่ในเว็บที่สเกลใหญ่ขึ้น  หรืออย่างน้อยๆ เลยก็คือมีคนเข้ามากขึ้น จะเห็นผลของการทำแคชที่ชัดเจนขึ้นมาก

เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้ทำเว็บแคมเปญให้กับบริษัทสีเขียวแห่งหนึ่ง  คือจริงๆ มันเป็นเว็บที่แค่ดึงโพสต์มาแสดงเท่านั้นครับ  ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก (เวลาปกติ มันน่าจะกินโหลดน้อยกว่าบล็อกนี้ด้วยซ้ำไป  เพราะทั้งเว็บเปิดปลั๊กอินอยู่สองสามตัวเอง) แต่มันเป็นปัญหาขึ้นมาตรงที่บริษัทนี้ใหญ่ครับ  คนเข้าใช้งานพร้อมกันเลยเยอะมาก  ซึ่งจากสถิติใน Google Analytics เมื่อดูแบบ Real Time แล้วพบว่าคนออนไลน์พร้อมกันสูงสุดประมาณ 1,600 คนครับ (ถ้าดูเป็นรายชั่วโมง  ก็ประมาณ 15,000 คนครับ)

ในตอนแรกด้วยความที่ผมคิดว่าเว็บมันโหลดอะไรไม่มาก  เลยไม่ได้เปิดระบบแคชเอาไว้  ผลคือเว็บรับคนได้พร้อมกันเพียงแค่ประมาณ 500 คนเท่านั้น  ก่อนที่มันจะล่มไปต่อหน้าต่อตา

เห็นอย่างนั้นเลยจัดการเปิดแคชทันทีครับ  ซึ่งจากที่ 500 คนล่มสนิท  ก็สามารถรับคนเข้าพร้อมกันที่ 1,600 คนได้อย่างสบายๆ

ความเร็วเว็บกับ  SEO

เราทำเว็บไซต์  สิ่งหนึ่งที่เราจะคิดเหมือนๆ กันคือคนจะหาเว็บเราเจอหรือไม่  ซึ่งการทำ SEO ก็เป็นหนึ่งในการสร้างความมั่นใจว่าคนจะหาเว็บเราเจอ

ตลอดเวลาที่เราใช้งาน Google เค้าก็มีการปรับปรุงอัลกอริธึมในการจัดอันดับเว็บอยู่เรื่อยๆ เพื่อพยายามนำเว็บที่น่าจะต้องกับความต้องการของผู้ใช้ที่สุด  ขึ้นมาแสดงในอันดับแรกๆ  และความเร็วการเข้าถึงเว็บก็เป็นหนึ่งในปัจจัยการจัดอันดับครับ  ดังนั้นการที่เว็บสามารถเข้าถึงได้เร็วกว่า  ก็ย่อมเป็นผลดีต่อ SEO ของเว็บไซต์ด้วยเช่นกัน

สวัสดีครับ

Posted by Jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Comments