เที่ยววันเดียว หัวหิน-ปราณบุรี 24 ชั่วโมงใช้ให้คุ้ม

การขับรถโดยเฉพาะการเดินทางไกลๆ สำหรับผมแล้วมันเป็นหนึ่งในวิธีเยียวยาจิตใจที่ดีมากๆ วิธีหนึ่ง คือตอนขับรถเราจะลืมทุกอย่าง และจะจดจ่ออยู่กับเส้นทางตรงหน้าเท่านั้น ดังนั้นช่วงไหนเวลาอารมณ์ดิ่งมากๆ ก็จะหาเรื่องเดินทางไกลไปที่ไหนสักที (หรือบางทีก็ออกไปขับรถเล่นวนรอบกรุงเทพ)

คือเมื่อ 4-6 ธันวาคมที่ผ่านมาผมก็จัดทริปไฟไหม้ขึ้นเหนือไปรอบนึงแล้ว (นึกเย็นออกค่ำ) วิ่งยาวจากกรุงเทพไปเขาค้อ ไปต่อที่เชียงใหม่ กลับมาแวะลำปาง แล้วค่อยกลับกรุงเทพ ขับยาวไปเกือบสองพันกิโล ล่าสุดวันที่ 11 ธันวาคมก็จัดทริปไฟไหม้อีกรอบ (นึกเย็นออกค่ำ) โดยคราวนี้ไปหัวหิน ขับรถไปเรื่อยๆ ในหนึ่งวัน ผมออกจากบ้านตีสามและกลับถึงบ้านตีสองครึ่งของอีกวัน เรียกว่า 24 ชั่วโมงนั้นใช้ให้คุ้มที่สุด

อนึ่ง จริงๆ ตอนไปไม่ได้กะว่าจะกลับมาเขียนบล็อกหรอก เลยไม่ได้ถ่ายรูปและเก็บข้อมูลหลายๆ อย่างเผื่อเอาไว้ ดังนั้นทั้งภาพและข้อมูลก็จะขาดๆ เกินๆ ไปอยู่บ้างนะครับ

สำหรับสถานที่คร่าวๆ ที่ไปมามีดังนี้ครับ

  1. ดูอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาดหัวหิน
  2. กินมื้อเช้าที่ร้านเจ๊กเปี๊ยะ กับติ่มซำที่ร้าน Bar Indigo
  3. หมู่บ้านศิลปินหัวหิน
  4. สวนสัตว์หัวหินแฟนตาเซียปาร์ค (สวนสัตว์หัวหิน)
  5. วนอุทยานปราณบุรี
  6. ปากน้ำปราณบุรี
  7. ดูอาทิตย์ตกที่เขื่อนปราณบุรี
  8. เดินหาของกิน ของนู่นนั่นนี่ และชมดนตรีที่ Tamarind Market และ Cicada Market

ดูอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาดหัวหิน

จากที่เปิดแอพพยากรณ์อากาศดู หัวหินในช่วงนี้จะอาทิตย์ขึ้นเวลา 6:31 นาฬิกา จากนั้นลองเปิดกูเกิลแมพลากเส้นจากบ้านไปหาดหัวหิน พบว่าใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมง ดังนั้นตอนเย็นวันที่สิบเลยเข้านอนตั้งแต่ทุ่มนึง มาตื่นตอนตีสองอาบน้ำแต่งตัว แล้วออกจากบ้านตอนตีสาม วิ่งไปทางถนนพระรามสองแล้วเข้าเพชรเกษมยาวๆ ไปจนถึงหัวหิน

ผมมาถึงหัวหินตอนประมาณหกโมงพอดี เช้าๆ มีคนเยอะพอสมควร มีกลุ่มคุณย่าคุณยายมาเต้นกายบริหารตอนเช้าด้วย และวันนี้สามารถเห็นดวงอาทิตย์เป็นไข่แดงขึ้นจากน้ำได้เลย สวยมาก

กินมื้อเช้าที่ร้านเจ๊กเปี๊ยะ กับติ่มซำที่ร้าน Bar Indigo

ร้านกาแฟเจ๊กเปี๊ยะเป็นร้านอาหารเช้าขึ้นชื่อของหัวหิน ผมเช็คที่ไหนก็บอกเปิดเจ็ดโมงครึ่ง ประมาณเจ็ดโมงสิบห้าเลยออกจากหาด ขับรถวนมานิดหน่อยถึงหน้าร้านตอน 7:20 ใครที่จะเดินไปจากหาดก็เดินออกมาแล้วเลี้ยวเข้าซอยนเรศดำริห์ตรงเซเว่น (ทางไปโรงแรมฮิลตัน) เดินตามซอยไปเรื่อยๆ จะไปโผล่ท้ายซอยเดชานุชิต (หัวหิน 57) เลี้ยวเข้าซอยแล้วเดินตรงมาเรื่อยๆ เลย ร้านอยู่หัวมุมเกือบๆ ปากซอย

ตอนมาถึงปรากฎว่าคนเต็มร้านแล้ว เลยต้องไปยืนต่อคิวหน้าร้าน ทีนี้พอต่อคิวไปสักพักคุณป้าในร้านก็เรียกคิวสองคน ผมก็ยืนอยู่กับพี่คนนึงสองคนอยู่หน้าร้านเลยเดินเข้าไปแบบงงๆ พอสั่งมื้อเช้าก็ค้นพบว่าสองคนที่ว่าคือคุณพี่เขามากับแฟนเขา แล้วจองโต๊ะไว้กับแฟน ผมนี่นั่งตัวลีบเลย

จังหวะนี้ไม่กล้าหยิบมือถือมาถ่ายต้มเลือดหมูหรอกนะ กินเสร็จแล้วรีบลุกหนีเลย

ด้วยความที่ยังไม่อิ่มเลยกะจะไปกินติ่มซำต่อนิดหน่อย เลยเดินไปตามถนนเลียบเคหาสถ์เพื่อไปร้านติ่มซำเติมพุง (ชื่อในกูเกิลแมพจะเป็นติ่มซำภูเก็ต) แต่พอไปถึง ด้วยความที่ผมชอบกินฮะเก๋าแล้วพบว่าของร้านเติมพุงหน้าตาไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่ (อาจจะอร่อยนะ ไว้เดี๋ยววันหลังจะไปลอง) เลยเดินย้อนกลับมาร้านติ่มซำอีกร้านที่อยู่ตรง Bar Indigo ดูทรงแล้วน่าจะเป็นร้านติ่มซำโนเนมที่มายืมที่หน้าร้าน Bar Indigo ขายเฉยๆ แต่ตอนเช้าร้านว่าง เลยสั่งเครื่องดื่มจาก Bar Indigo แล้วนั่งกินติ่มซำในร้านได้สบายๆ

ติ่มซำเขาอร่อยใช้ได้เลยนะ ฮะเก๋ากรุบๆ ซาลาเปานุ่มมาก กับอะไรอีกสองอย่างที่ผมเรียกไม่ถูก อร่อยเหมือนกัน ราคาเข่งละ 20 บาท จริงๆ มีให้เลือกหลายอย่าง แต่ลืมถ่ายรูปมาครับ

หมู่บ้านศิลปิน

ผมขับรถวนออกมาทางซอยหัวหิน 61 (ซอยหาดหัวหินนั่นแหละ) เข้าซอยหัวหิน 76 สุดซอยนี้จะเป็นสถานีรถไฟหัวหิน สามารถแวะถ่ายรูปกันได้ครับ เห็นมีหัวจักรไอน้ำเก่าจอดอยู่ด้วย แต่ผมไม่ได้แวะ แฮ่

ระหว่างทางไปหมู่บ้านศิลปินจะผ่านหมูบ้านช้างหัวหินด้วย ผมลองแวะเข้าไปแล้วเจอช้างอยู่สามสี่เชือก สามารถซื้อกล้วยมาป้อนช้างได้ และสามารถขี่ช้างไปตามเส้นทางที่จัดไว้ได้ด้วยเช่นกัน แต่ตอนผมไปเขากำลังอาบน้ำช้างกันอยู่ อะไรๆ เลยยังไม่เข้าที่เข้าทางดีหนัก ยืนดูช้างอยู่แป้บนึงก็ออกมาแล้วไปหมู่บ้านศิลปินต่อ

ผมมาถึงหมู่บ้านศิลปินตอนประมาณเกือบๆ สิบโมง (เปิดสิบโมงตรง) ภายในจะมีส่วนที่เป็นร้านอาหาร แกลลอรี่ภาพ และส่วนพิพิทธภัณฑ์ ผมได้เดินแค่ส่วนพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว ค่าตั๋วเข้าชมแค่ 40 บาทเท่านั้น ภายในงานจะมีการจัดแสดงภาพวาดและงานศิลปะจากศิลปินหลายๆ ท่าน เช่นภาพสีน้ำของ อ.ทวี เกษางาม หรืองานศิลปะจากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ Nano Nano จากศิลปินชาวญี่ปุ่น อ.โคอิจิ มิยาจิมะ

นอกจากงานศิลปะแล้วยังมีโซนเวิร์กช็อปที่เปิดให้ผู้เข้าชมสามารถสร้างงานศิลปะเองได้ด้วย เท่าที่เห็นคือมีตั้งแต่วาดรูปลงสี ไปจนถึงงานปั้นต่างๆ ถ้าจำข้อมูลตรงนี้ไม่ผิด คือจะมีค่าเวิร์กช็อป 150 บาท และค่าอุปกรณ์แยกอีกต่างหาก

ออกจากโซนพิพิธภัณฑ์มาจะเป็นส่วนของตลาดนัดคุณนายตื่นสาย ที่จะมีทุกวันเสาร์ ตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงบ่ายสามโมง ลักษณะเป็นตลาดนัดเล็กๆ มีของกินให้พอเลือกหยิบแก้หิวได้ มีต้นไม้และของงานฝีมือเล็กๆ น้อยๆ มาขายด้วย ผมได้ข้าวยำปักษ์ใต้มากินห่อนึง (ครั้งแรกที่กินเลย) คุณลุงคนขายแกบอกว่าพวกผักต่างๆ ในห่อนั้นมาจากสวนของแกเอง ปลูกเองแบบออร์แกนิค ไร้สารเคมี

สวนสัตว์หัวหินแฟนตาเซียปาร์ค

ออกจากหมู่บ้านศิลปินขับรถตรงมาเรื่อยๆ ประมาณสิบนาทีก็มาถึงสวนสัตว์หัวหิน (ตอนเวลาประมาณ 11:30) หรือหัวหินแฟนตาเซียปาร์ค มีค่าเข้าผู้ใหญ่ 150 บาท และเด็ก 50 บาท

ตรงนี้ส่วนใหญ่จะเป็น GIF นะครับ ไฟล์ใหญ่โตมาก เพราะมัวแต่ถ่ายสตอรี่น้อนๆ ลืมเก็บรูปนิ่งเลย

ที่นี่เป็นสวนสัตว์เล็กๆ ไม่สัตว์ไม่มากนัก เช่นกระต่าย หนูตะเภา นกแก้ว นกยูง แกะ กวาง ช้าง ม้า วัว ควาย (literally) มีหมูและเป็ดวิ่งร่อนทั่วสวน รวมไปถึงการแสดงโชว์จรเข้ที่หวาดเสียววูบวาบระดับหนึ่ง

อ้อ เลยไปทางวนอุทยานปราณบุรี จะมีสวนสัตว์หัวหินซาฟารีอีกที่นะครับ แต่ผมไม่ได้แวะ

เราสามารถให้อาหารสัตว์ได้ด้วยนะ จะมีขายอยู่สองจุดคือทางเข้าด้านหน้า เป็นอาหารรวม มีกล้วย แครอท อาหารปลา (เป็ดไก่กินได้) และเมล็ดทานตะวันสำหรับนกแก้ว ราคา 100 บาท และอีกจุดหนึ่งคือโซนช้าง ตรงนี้จะเป็นกล้วยล้วน ราคา 100 บาทเช่นกัน

เดินลึกเข้ามาอีกหน่อยจะเป็นโซนจรเข้ จะมีโชว์จรเข้อยู่เรื่อยๆ เราสามารถถ่ายรูปคู่กับจรเข้และ “ตกจรเข้” ได้ด้วย (อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไงนะ ไม่ได้ลอง) และมีลูกจรเข้อยู่ในบ่อเล็กๆ ให้ได้ดูใกล้ๆ ด้วย

ตอนเดินเข้ามาในสวนก็คือให้อาหารไปเรื่อยจนหมด ตอนขากลับถึงเห็นว่าเลยกรงนกแก้วเข้าไปจะมีคอกม้าและคอกวัวอยู่ด้วย มันไม่ได้อยู่ใกล้กับทางเดินหลัก คิดว่านักท่องเที่ยวน่าจะเห็นน้อยและคงได้กินน้อยลงไปด้วย น้องม้าสีขาวคืออ้อนมาก เดินตามด๊อกแด๊กเหมือนหมาเลย

จริงๆ ที่สวนสัตว์หัวหินจะมีสิงโตขาวชื่อน้องมีนาเป็นจุดขายด้วย แต่ตอนที่ผมไปไม่เจอน้อง มีแต่กรงเปล่าๆ

วนอุทยานปราณบุรี

ผมออกจากสวนสัตว์หัวหินตอนเกือบๆ บ่ายโมง ขับรถไปเรื่อยๆ ประมาณ 45 นาทีก็มาถึงวนอุทยานปราณบุรีตอนประมาณ 13:45 ถนนเข้าวนอุทยานจะงงๆ นิดหน่อย คือจากถนนเพชรเกษมแล้วเราเลี้ยวเข้ามาตามถนน 1019 เมื่อก่อนเราจะสามารถข้ามทางรถไฟแล้วตรงไปอุทยานได้เลย แต่ตอนนี้มีการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ (แบบเดียวกับที่สวนสนประดิพัทธ์) พอเราข้ามสะพานมาแล้วต้องกลับรถแล้วเข้าใต้สะพานเพื่อไปทางวนอุทยานอีกที ถ้าไม่สังเกตุดีๆ อาจจะเลยได้

ภายในวนอุทยาน หลักๆ จะมีอยู่สองโซนคือโซนหาดปราณคีรี (และป่าสน) กับโซนป่าชายเลน

หาดปราณคีรีเป็นหาดที่สงบมาก ลมเย็นสบาย คนน้อย (นี่ขนาดไปวันหยุดนะ คนยังน้อยมากๆ เลย) ตัวหาดไม่ได้กว้างมากเท่าไหร่นัก หาดสะอาดระดับหนึ่ง น้ำช่วงนี้ใสมาก

ส่วนที่เป็นหาดผมเห็นจะมีสองส่วน ส่วนแรกคือหาดที่อยู่ตรงแนวขอบอุทยาน (ตรงป้ายอุทยาน) ตรงนี้จะเงียบมาก มีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กๆ สองสามกลุ่มมานั่งปูเสื่อกินอาหารกัน (เห็นมีรอยก่อกองไฟด้วย น่าจะก่อไปทำอาหารได้)

อีกส่วนจะเป็นหาดที่อยู่ด้านในอุทยาน ตรงนี้จะเป็นจุดกางเต้นท์ของทางอุทยาน

อีกส่วนที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ก็คือบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่มีการสร้างสะพานไม้ความยาวหนึ่งกิโลเมตรเอาไว้ (ทางจะเดินเป็นวงกลม สุดทางที่ทางเข้าพอดี) ตลอดทางจะมีป้ายบอกข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์และต้นไม้ต่างๆ ในระบบนิเวศน์

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเส้นทางจะเป็นป่าโกงกาง เมื่อเดินเข้ามาได้ประมาณครึ่งทางจะเป็นท่าเรือเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถล่องเรือชมป่าโกงกางในบริเวณนั้นได้ด้วย

พอพ้นแนวป่าโกงกางออกมาจะเป็นทุ่งโปรงทองสีเขียวสบายตาตัดกับสีท้องฟ้าสีน้ำเงินสวยมาก ตรงชายทุ่งจะมีหอชมวิวเล็กๆ อยู่ด้วย สามารถขึ้นไปชมวิวรอบทิศและถ่ายรูปสวยๆ ได้

ปากน้ำปราณบุรี

หลังจากยืนตากลมตากลมทะเลอยู่สักพักใหญ่ๆ ก็ขับรถออกจากวนอุทยานตอนประมาณสี่โมงเย็นเพื่อไปยังปากน้ำปราณบุรีต่อ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมาย

คือจากรูปหาดข้างบน จะเห็นว่าในภาพไกลๆ มีต้นไม้ยื่นลงไปในทะเล ตรงนั้นแหละคือปากแม่น้ำปราณบุรี แต่ว่าเราไม่สามารถวิ่งทะลุอุทยานออกไปฝั่งปากแม่น้ำได้ เราต้องขับรถออกมา อ้อมอุทยาน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จะไปถึงตรงจุดจอดรถอีกฝั่งของแม่น้ำ ที่เราสามารถจอดรถแล้วเดินชายหาดเล็กๆ ตรงนั้นได้ หรือถ้าอยากเข้าไปลึกหน่อย ตรงปลายถนน (แถวๆ จุดลงเรือ) จะมีทางดินเล็กๆ ให้ขับรถเข้าไปได้เหมือนกัน

ตรงปากแม่น้ำสามารถไปนั่งตกปลาได้ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรมากนัก แวะเติมน้ำแข็งแล้วไปเขื่อนปราณบุรีกันต่อ

ดูอาทิตย์ตกที่เขื่อนปราณบุรี

จริงๆ ตอนแรกเขื่อนปราณบุรีไม่ได้อยู่ในแผน (ตอนแรกจะไปถนนคนเดินปราณบุรี) แต่ตอนอยู่ที่ปากน้ำมันแค่ประมาณสี่โมงกว่าๆ เท่านั้น เลยเปิดกูเกิลแมพดูแล้วเจอว่าบนสันเขื่อนมันเห็นอาทิตย์ตกพอดี เช็คแอพพยากรณ์อากาศอีกรอบพบว่าอาทิตย์ตก 17:55 เลยออกจากปากน้ำและขับรถต่อไปประมาณ 40 นาทีก็ถึงเขื่อนปราณบุรีตอนประมาณห้าโมงครึ่ง

ตอนไปถึงเขื่อน หลายท่านอาจจะทราบแล้ว แต่ผมไม่ทราบ ก็คือผมไปถามเจ้าหน้าที่ข้างหน้าว่าเขื่อนปิดกี่โมง เขาบอกว่าถ้าจะขึ้นไปดูอาทิตย์ตกให้เลี้ยวไปอีกทาง เพราะเข้าไปข้างหน้าเขาจะปิดเอาไว้ ผมก็ขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่ที่แจ้งให้ทราบแล้วกลับรถออกมา เลี้ยวไปตามทางที่พี่เจ้าหน้าที่บอกก็มาถึงบนสันเขื่อนตอนประมาณ 17:40 ดวงอาทิตย์เริ่มลงต่ำใกล้กับแนวยอดเขาเข้าไปทุกที

ผมรอไม่นานนักก็ได้เห็นอาทิตย์ไข่แดงตกดินแบบเต็มตา (วันนี้ฟ้าดีมาก ไม่มีเมฆมากวนเลยทั้งเช้าและเย็น)

เวลาประมาณหกโมงก็ออกจากเขื่อนมา แผนเดิมคือจะไปถนนคนเดินปราณบุรีต่อ แต่พอไปถึงที่แล้วพบว่ามันไม่เปิด เป็นซอยว่างๆ ไม่มีอะไรเลย ตอนแรกก็นึกว่าเลี้ยวผิด วนไปวนมาอยู่หลายรอบถึงมั่นใจว่ามาถูกแล้ว แต่มันไม่มีถนนคนเดิน แถมเอารถไปครูดกับกระถางต้นไม้มาอีกต่างหาก เห้อ

Tamarind Market และ Cicada Market

แทมารินกับซิเคด้าเป็นสองตลาดที่ตั้งอยู่ติดกัน ใครมาหัวหินก็ต้องแวะมา ผมมาถึงตอนประมาณ 19:20 ที่จอดรถที่อยู่เลยแทมารินมาก็เต็มแน่นเอียด ต้องวนรถอยู่สักพักกว่าจะมีรถออกให้เสียบเข้าไปได้ ตรงนี้จะมีค่าจอด 50 บาท ปิดประตูตอนห้าทุ่มครึ่ง

ฝั่งแทมารินจะเป็นเหมือนสวนอาหาร ของกินเต็มไปหมด น่ากินทั้งนั้น แต่ด้วยความที่ไปคนเดียวก็เลยไม่มีแรงกินอะไรมากนัก ซื้อไก่ย่างจานนึงกับข้าวเหนียวห่อนึง และไอศครีมซอฟต์เสิร์ฟอีกถ้วย เป็นอันจบมื้อเย็น

อย่างที่ทราบกันว่าตอนนี้ก็เริ่มกลับมาดื่มแอลกอฮอลและฟังดนตรีสดได้แล้ว ใครเหมารถตู้มาหรือมากับเพื่อนฝูงก็สามารถจัดแอลกอฮอลได้เต็มที่เลยครับ และอย่าลืมให้ทิปพี่น้องนักร้องนักดนตรีกันด้วยนะครับ

ส่วนฝั่งซิเคด้าก็จะเป็นพวกงานฝีมือ (ถ้าจำไม่ผิดมีอาหารด้วยนะ แต่น้อยกว่าแทมาริน) ว่ากันตรงๆ ผมไม่ได้เดินเท่าไหร่หรอก เพราะมัวแต่ดูดนตรีที่แสดงอยู่ฝั่งซิเคด้า ที่จะมีสองกลุ่มคือกลุ่มแรกเป็นวงขิมที่เล่นเมดเลย์ทั้งเพลงไทยและเพลงสากล จะเล่นอยู่แถวๆ ทางเข้า กับอีกวงคือวงปล้ำแรงที่เล่นอยู่ตรง … เขาเรียกอะไรนะ ออดิเทอเรียม? อะไรสักอย่าง เวทีหลักแล้วกัน

ผมชอบทั้งสองวงเลย วงขิมก็เล่นเพลงร็อคๆ อย่างเพลงของ Linkin Park ให้กลายเป็นเพลงสบายๆ ฟังลื่นหู ส่วนวงปล้ำแรงก็เล่นกับคนดูได้สนุกและเพลิดเพลินดีมาก เห็นพี่แป้งนักร้องนำพูดว่าเขาเปิดร้านข้าวซอยอยู่ เดี๋ยวว่างๆ จะลองไปกินบ้าง

อยากบอกพี่แป้งและวงปล้ำแรงว่าผมไม่ใช่หมอนะ 555

ผมนั่งดูวงปล้ำแรงเล่นอยู่จนถึงห้าทุ่มถึงได้ออกมา (เดี๋ยวลานจอดรถจะปิดเสียก่อน) ตอนแรกว่าจะแวะถนนคนเดินหัวหินแต่ด้วยความที่กินอิ่มแล้วเลยไม่ได้แวะต่อ ขับรถตรงกลับมาถึงกรุงเทพเลย ถึงบ้านเวลาประมาณตีสองครึ่ง เรียกว่าใช้เวลาเที่ยวไปเกือบครบ 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Posted by jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *