ทำไมผมถึงใช้ Opera

พูดถึงเรื่อง Web Browser ช่วงหลังมานี้ต้องยอมรับกันว่า Mozilla Firefox มาแรงมากๆ หลายคนที่ผมรู้จักก็เปลี่ยนไปใช้เจ้า Firefox กันค่อนข้างมาก แล้วตัวผมนั่นเหรอ? ผมก็ยังคงใช้ Opera อยู่อย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิมนั่นแหละ

หลายคนเคยถามผมว่าทำไมผมถึงเลือกใช้ Opera (ซึ่งหลายคนที่ถาม มักจะเป็นขาประจำของ Firefox) ผมก็ตอบไปง่ายๆว่ามันเร็วดี ไม่กินแรมด้วย (เปิด Opera ค้างสองสามคืนยังอยู่ได้เลยครับ ต่างกับ Firefox ที่คอยซดแรมอยู่ตลอด)

ผมก็เลยมานั่งนึกๆดู ว่าทำไมผมถึงใช้ Opera มาตลอด ผมติดใจอะไรใน Opera ? ซึ่งผมเองก็เคยหนีไปใช้ Internet Explorer และ Mozilla Firefox แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรังที่ Opera มันมีอะไรดีหนอ

อย่างแรงที่ทำให้ผมติดมันอย่างเ้หนียวแน่นหนึบ คือการทำงานแบบ Tab ครับ หลายคนรู้จักการเปิดเว็บแบบแท็บจาก Mozilla Firefox แต่ว่าสำหรับ Opera แล้ว ก็ไอ้ Opera เนี่ยแหละครับ ที่เป็นเจ้าแรกที่ทำเว็บเบราเซอร์แบบแท็บ (ตั้งแต่สมัย Internet Explorer ยังกัดกับ Netscape อยู่นั่นแหละมังครับ จำไม่ค่อยได้) ทำให้ผมเป็นคนแรกๆในกลุ่ม ที่ได้ใช้งานเว็บเบราเซอร์แบบแท็บ ฮ่าๆๆ

นอกจากเรื่องแท็บ Opera ยังมี Built-in Application มาให้อีกเพียบ ทั้ง Email Client (แน่นอนมันใช้กับ hotmail ไม่ได้ เลยหมดประโยชน์ไป) , Feed Reader , IRC Client , Download Manager (แต่มันก็แบ่งส่วนโหลดไมไ่ด้ ฮ่าๆๆ) , BitTorrent Client , Pop-up Blocker , Content Blocking , Bookmark Manager ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถทำงานได้ในหน้าต่างเดียว ด้วยระบบแท็บ และเชื่อหรือไม่ ว่าขนาดไฟล์ติดตั้งมันแค่ 5.35MB เท่านั้น !!! หลายคนอาจจะเถียงว่า Google Chrome มันเล็กกว่า ไม่ถึง 1MB แต่ผมอยากบอกว่า Opera มันเป็น Offline Install ครับ ส่วน Google Chrome นั้นเป็น Online Install ซึ่งมันจะไปดาวน์โหลดคอนเทนท์เพิ่มเติมอีกหลายสิบ MB (ดาวน์โหลดแล้วไปซ่อนไว้ใน Document and Setting) ส่วน Opera นั้น พอติดตั้งแล้ว ขนาดมันยังไม่ถึง 10MB ด้วยซ้ำไป !!! (แต่รุ่นล่าสุดนี่ไม่แน่ใจนะ น่าจะเกินมานิดๆ)

อีกจุดเด่นหนึ่งที่ทำให้ Opera น่าใช้งาน ก็คือมันเป็น Cross Platform ครับ (ทั้ง Windows , Linux , Macintosh , Solaris หรือ BeOS ส่วนของมือถือก็มีทั้งแบบจาวา ทั้งของ Windows Mobile และของ Symbian) และในรุ่นล่าสุด (ตั้งแต่ 9.5 เป็นมา) Opera ก็ได้เพิ่มความสามารถในการ Synchronize ข้อมูลข้ามเครื่องและข้ามรุ่นของเบราเซอร์ได้ (ก่อนหน้านั้นผมไม่แน่ใจนะว่ามีมาหรือยัง) นั่นทำให้ผมสามารถใช้ Bookmark และ Speed dial ชุดเดียวกันได้ ทั้งในคอมพิวเตอร์และมือถือ ไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ใดในโลกใบนี้ก็ตาม !!!

อีกเรื่องคือว่า Opera มันสามารถดึงพวก Flash พวก WMP ที่ติดอยู่กับวินโดวส์อยู่แล้ว (แพลตฟอร์มอื่นไม่แน่ใจ) มาใช้งานได้เลยครับ (สำหรับ Firefox จำเป็นที่จะต้องลงปลั๊กอินเพิ่ม) ทำให้หลังจากลง Opera ไปแล้ว ก็ยังใช้งานได้ตามปกติเหมือนตอนใช้ IE ทั้งดูสตรีมมิ่ง ใช้งานแฟลช บลาๆๆ

อันที่จริงข้างบนที่พูดมานั่นก็ไม่ใช่สาเหตุหลักๆเท่าไหร่นักที่ทำให้ผมใช้ Opera แรกเริ่มเดิมทีผมก็ใช้แต่ Internet Explorer มาตลอด (ใช้มาตั้งแต่สมัย IE3 หรือ IE4 นี่แหละ) ช่วงแรกๆก็เคยลองเอา Mozilla (พ่อของ Mozilla Firefox ครับ) มาลง แต่ก็กลับไปใช้ IE เหมือนเดิม เนื่องจากมันช้าเป็นเต่าคลาน จนไปๆมาๆ เครื่องผมชักไม่เหลือทรัพยากรมากพอที่จะให้ IE ผลาญอีกต่อไป (IE6 ที่มากับ Windows XP ใครที่เคยใช้บนเครื่องแรมน้อยๆ สัก 128MB จะพบว่าใช้ไปสักพักเบราเซอร์จะค้างไปเลย) การเปลี่ยนเบราเซอร์เพื่อหาตัวที่เร็วกว่าจึงเริ่มขึ้นในตอนนี้ครับ

ในตอนแรก ผมยังไม่ได้ใช้ Opera แบบจริงๆจังๆอะไรนัก เพราะยังติดกับมาตรฐาน (แปลกๆ) ของ IE อยู่ ก็จนมาผมเริ่มทำเว็บตามมาตรฐานนั่นแหละครับ ถึงได้เปลี่ยนเบราเซอร์แบบเต็มตัว? ก็เลยทำให้ผมได้มาใช้ Opera แบบแทบไม่ได้แตะตัวอื่นอีกเลย เนื่องจากว่า Opera นั้นสามารถเรนเดอร์เว็บออกมาได้ดีมากๆ (ได้คะแนนทดสอบ Acid3 เต็ม 100 เจ้าแรกมั๊ง แต่รู้สึกจะได้คะแนนมากกว่า Firefox นะ) ใช้งานได้ง่าย ทำงานได้รวดเร็ว และค่อนข้างปลอดภัยกว่า IE เพราะโดยตัวมันเองแล้ว Opera ไม่สนับสนุน ActiveX ครับ (แต่ก็มีปลั๊กอินให้สามารถใช้ ActiveX ได้นะ

สำหรับข้อเสียของ Opera นั้นก็มีครับ ข้อแรกเลยคือการตัดคำไทยที่ยังทำได้ไม่มีเท่า Firefox 3 (มันจะแปลกๆเหมือนสมัย Firefox 2 ครับ) และไม่มีระบบ Addon แบบของ Firefox ทำให้การเพิ่มเติมความสามารถให้กับ Opera นั้นทำได้ค่อนข้างยาก แต่ตัว Opera เองก็มีความสามารถต่างๆมาครบครันอยู่แล้ว และใน Community ของ Opera ยังเห็นออกโพลล์กันเองว่าอยากให้ Opera เพิ่ม FTP Client ลงไปด้วย แล้วมันจะกลายเป็น Opera Internet Suite โดยสมบูรณ์แบบ (บน Firefox มี Addon ที่ชื่อว่า FireFTP สำหรับงานนี้ครับ) แต่อาจจะต้องแลกกับขนาดที่เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย

สรุปแล้ว สาเหตุที่ผมใช้ Opera มีดังนี้ครับ

  • ทำงานได้รวดเร็ว
  • อึดกว่าชาวบ้าน นานมากๆถึงจะแครชสักที
  • ซดแรมน้อยกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขา
  • ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย
  • ตัวเดียวครบเครื่อง ทำอะไรได้หลายอย่าง
  • ทำงานแบบแท็บ
  • เรนเดอร์เว็บได้ตามมาตรฐาน W3C
  • มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • ปลอดภัยกว่า IE
  • บลาๆๆ

ลองหามาใช้กันดูนะครับ ผมว่่าถ้าได้ลองใช้งานแล้วคุณอาจจะติดใจ และมาเป็นสาวก Opera เป็นเพื่อนผมก็ได้ อิอิ (ไปเว็บไหนมีแต่ติดแบนเนอร์ Mozilla Firefox เว็บนี้ขอติดแบนเนอร์ Opera แล้วกัน ฮ่าๆๆ)

ปล.อ่านแล้วอาจจะรู้สึกว่ามันมั่วๆนะครับ Entry นี้ผมใช้เวลาเขียน 3 วัน เขียนไปวันละนิดวันละหน่อย บางทีก็ลืมๆว่าเขียนอะไรไปแล้วบ้าง – -”

————————————————-

แก้ไข :

Opera ไม่ได้เป้นเว็บเบราเซอร์ตัวแรกที่นำระบบ Tabbed Browsing มาใช้งาน (ตัวแรกที่เป็น Tabbed Browsing มีชื่อว่า NetCaptor) ส่วน Opera นั้น อันที่จริงแล้วเป็นเบราเซอร์ตัวแรนกที่เปิดหลายเพจได้พร้อมกันในหน้าต่างเดียว (Multiple Document)

Posted by Jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Comments