การสร้าง Shortcode ใช้เองใน WordPress

ในเวิร์ดเพรส  นอกจากเราจะสามารถตกแต่งเนื้อหาด้วย RTE ได้แล้ว  เรายังสามารถใส่ลูกเล่นให้กับเนื้อหาผ่านทาง Shortcode ได้อีกด้วย  ลักษณะจะเป็นคำสั่งที่ระบุอยู่ในแท็กวงเล็บเหลี่ยม  ซึ่งอาจจะมีทั้งแบบแท็กเดี่ยว  หรือเป็นแท็กคู่เปิดปิดก็ได้  เช่น

[myshortcode]

หรือ

[myshortcode] ... [/myshortcode]

หรือสำหรับใครที่ใช้เว็บบอร์ดมาก่อน  อาจจะคุ้นกับมันในชื่อว่า BBCode

ในการสร้าง Shortcode ในเวิร์ดเพรสนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก  เพราะว่าเวิร์ดเพรสเองได้เตรียมระบบสำหรับตรวจหา Shortcode และส่งต่อให้ฟังก์ชันทำการแปลผลเอาไว้อยู่เรา  ในกรณีที่เราต้องการเขียน Shortcode ใช้เอง  เราก็เพียงแค่เขียนฟังก์ชันขึ้นมารองรับการทำงานของมัน  ก็เท่านั้น

Shortcode ใน WordPress

Shortcode จะประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน (ซึ่งเวิร์ดเพรสจะแกะออกมาให้เราอัตโนมัติ) คือ

  1. ชื่อแท็ก
  2. แอททริบิวต์
  3. เนื้อหา

ตัวอย่างเช่น

[url href="https://jirayu.in.th"]JIRAYU.IN.TH[/url]

ก็จะสามารถแยกออกมาได้ดังนี้

  1. ชื่อแท็ก: url
  2. แอททริบิวต์: href=”https://jirayu.in.th”
  3. เนื้อหา: JIRAYU.IN.TH

และใน Shortcode เราสามารถมีแอททริบิวต์ได้ไม่จำกัด

ทำให้เวิร์ดเพรสรู้จักกับ Shortcode ที่เราเขียน

ก่อนที่เราจะให้เวิร์ดเพรสเริ่มทำงานกับ Shortcode ของเราได้  เราจำเป็นจะต้องบอกให้เวิร์ดเพรสรู้เสียก่อน  ว่าหากเจอโค๊ดนี้  ให้ไปเรียกฟังก์ชันไหนขึ้นมาประมวลผล  ซึ่งเราสามารถทำได้ผ่านฟังก์ชัน add_shortcode(); ดังนี้

add_shortcode( 'แท็ก', 'ฟังก์ชันสำหรับประมวลผล' );

เช่น

add_shortcode( 'url', 'sc_link' );

โค๊ดข้างต้นก็จะหมายถึงเมื่อเจอ [url] ก็ให้ไปเรียกใช้ฟังก์ชัน sc_link(); นั่นเอง

เขียนฟังก์ชันรองรับ Shortcode

เราสามารถเขียนฟังก์ชันใดๆ ขึ้นมาเองก็ได้ (เขียนเอาไว้ใน functions.php) โดยฟังก์ชันเราจะรับพารามิเตอร์ได้ 2 ค่า  นั่นคือ

  1. แอททริบิวต์
  2. เนื้อหา (ถ้า Shortcode เราเป็นแบบแท็กเดี่ยว  ไม่มีรับเนื้อหาอะไร  ก็ไม่ต้องรับเนื้อหาเข้ามาก็ได้)

ตัวอย่างเช่น

function sc_link($atts, $content){

}

หรือ

function sc_link($atts){

}

โดยปกติ เวิร์ดเพรสจะส่งค่าแอททริบิวต์ทั้งหมดที่เวิร์ดเพรสตรวจเจอเข้ามาให้ในผ่านพารามิเตอร์แรก ($atts) เราสามารถดึงแอททริบิวต์ออกมาใส่ตัวแปร  รวมถึงกำหนดค่าปริยาย (ในกรณีที่ user ไม่ได้กรอกแอททริบิวต์นี้เข้ามา) ได้ด้วยการใช้คำสั่ง extract(); ร่วมกับ shortcode_atts(); เช่น

function sc_link($atts, $content){
	extract(shortcode_atts(array(
		'href' => 'http://midnize.com',
		'target' => '_top',
	), $atts));
}

อธิบายโค๊ดข้างต้นคือเราจะกำหนดค่าปริยายให้กับแอททริบิวต์ href เป็น “http://midnize.com” และ target เป็น “_top” ซึ่งค่านี้จะถูกใช้ก็ต่อเมื่อผู้ใช้ไม่ได้ระบุแอททริบิวต์ href หรือ target เข้ามา

สำหรับการ extract(); จะเป็นการดึงเอาอาเรย์ออกมาเป็นตัวแปรเดี่ยวๆ  โดยชื่อตัวแปรจะเป็นชื่อเดียวกับคีย์ในอาเรย์  เช่นเมื่อเรา extract ตัวแปร $atts ออกมา  จากเดิมเราเรียกค่า href ผ่าน $atts[‘href’] เราจะสามารถเรียกผ่าน $href ได้เลย (ขั้นตอน extract นี่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้)

เมื่อเรากำหนดค่าแอททริบิวต์เรียบร้อยแล้ว  ขั้นตอนต่อไปเราก็เขียนโค๊ดต่างๆ ไปตามปกติ  โดยเอาค่าแอททริบิวต์ไปร่วมประมวลผล  ก่อนจะ return ค่ากลับออกไป  เช่น

function sc_link($atts, $content){
	extract(shortcode_atts(array(
		'href' => 'http://midnize.com',
		'target' => '_top',
	), $atts));

	$link = '<a href="'.$href.'" target="'.$target.'">'.$content.'</a>';

	return $link;
}

ฟังก์ชันข้างต้น  ก็จะเป็นการเอาแอททริบิวต์ต่างๆ ที่ส่งเข้ามา  มาประกอบกันเป็นเนื้อหาที่ต้องการ  ก่อนจะ return กลับออกไป

การประยุกต์ใช้

เราสามารถเอา Shortcode ไปประยุกต์ใช้ได้หลายอย่างมากครับ  เช่นการแทรกลิงค์ไปยังโพสต์อื่น  เช่นเราอาจจะสร้าง [postlink id=”123″] เพื่อทำลิงค์ไปยังโพสต์ไอดี 123 ก็ได้ (แล้วดึง URL ออกมาผ่านฟังก์ชัน get_permalink(); แล้วค่อย return ออกมา) ซึ่งในกรณีนี้เราก็จะไม่ต้องเขียน URL ของโพสต์ลงมาในเนื้อหาตรงๆ  ทำให้ตอนเราย้ายโดเมน  จะได้ไม่ต้องตามแก้ลิงค์ต่างๆ (เหมาะกับการเทสใน localhost แล้วอัพขึ้นเว็บจริง)

หรือในอีกกรณีที่เราเจอกันบ่อยๆ จากในธีมเสียเงินหลายๆ ตัว  คือเขานำมาช่วยในการทำแท็กสำหรับจัดหน้า  เช่นทำเนื้อหาสองคอลัมน์  หรือทำสปอยเลอร์ เป็นต้น (ในกรณีนี้ก็แค่แปะแท็ก div พร้อมชื่อคลาสครอบ $content ก่อนจะ return ค่ากลับออกไป  และที่เหลือก็ไปเขียน CSS เพิ่มเติมลงใน style.css)

Posted by Jirayu

WordPress Developer ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง วันไหนไม่ทำงานอยู่บ้านว่างๆ ก็นั่งเลี้ยงแมว

Comments